:::     :::

อาจไม่มี "ทางกลับบ้าน" ให้ซานโช่

วันอังคารที่ 26 กันยายน 2566 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
3,581
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
แนวโน้มความเป็นไปได้ที่เรื่องนี้จะจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้งแบบในนิทาน คงเหลือน้อยเต็มที แนวโน้มที่จะจบลงด้วยการย้ายออกจากทีมมีสูงมาก ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น บทความนี้น่าจะสามารถตอบได้ในหลายๆประเด็นที่เกิดขึ้น

เรื่องราวระหว่าง เจดอน ซานโช่ กับ เอริค เทน ฮาก ดูเหมือนว่าจะไม่จบลงง่ายๆซะแล้ว เมื่อแนวโน้มของสถานการณ์ดูค่อนข้างแย่ลง ออกมาในทิศทางที่ว่าโอกาสของซานโช่กับทีม จะยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆจากการกระทำของตัวเขาเอง และการมีปัญหากับเอริค เทน ฮาก ที่ดูแล้วแบบนี้ปลายทางโอกาสที่จะได้กลับมาเป็นตัวหลักของแมนยูในยุคเทน ฮาก แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยหลายๆสาเหตุ

ทั้งฟอร์มการเล่นในยามที่ได้รับโอกาสแล้วหลายๆครั้ง ก็ยังทำได้ไม่ถึงจุดที่ควรจะเป็น อย่างที่แฟนบอลเห็นกันว่าเขายังเรียกความสามารถสูงสุดสมัยอยู่ดอร์ทมุนด์ออกมาไม่ได้เต็มที่

ทั้งเรื่องของปัญหาส่วนตัวที่เกิดขึ้น และมีความพยายามที่จะแก้ไขกันแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ยังเกิดขึ้นอีก แถมเป็นความผิดทางวินัยที่ปกติแล้วนักฟุตบอลจะไม่ทำกัน ในการออกมาเปิดหน้ามีปัญหากับการทำงานของผู้จัดการทีมแบบตรงๆอย่างนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือการ "ผิดใจ" กันไปแล้ว ซึ่งนี่คือปัญหาหนักที่สุดของการทำงานร่วมกันระหว่างคนสองคน ที่ถึงแม้ว่าหลังจากนี้อาจจะมีการยอมขอโทษเพื่อให้มันเดินหน้าต่อไปได้

แต่แผลที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ มันร้าวมากทีเดียว

ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ เกิดจากเรื่องของระเบียบวินัย และ "มาตรฐาน" ของคอมมูนิตี้ทีม ที่นักเตะรายนี้ไม่สามารถทำได้ ซึ่งเราเองก็ต้องพูดในฐานะของแฟนบอลที่มองเข้าไปจากข้างนอกว่า ทำไมนักเตะคนอื่นๆในทีมไม่มีปัญหาในจุดนี้ แล้วทำไมเจดอน ซานโช่ ถึงเป็นผู้เล่นคนเดียวที่ไม่สามารถปฏิบัติตัวให้ผ่านมาตรฐานดังกล่าวได้

บทความนี้พยายามที่จะเขียนบนมุมมองที่ดูในภาพรวมโดยการยึดหลักเหตุและผลเป็นสำคัญ แต่หลายๆสิ่งเป็นความจริงที่ต้องยอมรับว่า ปัญหาหลักมันอยู่ที่ตัวนักเตะเองว่า ในพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นผู้เล่นในทีมของการดูแลโดยเอริค เทน ฮาก เรื่องจริงที่เราไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้นบ้างกับซานโช่

ตามข่าวต่างๆที่ออกมา มันยังเป็นข่าวที่แม้จะรายงานมาจากนักข่าวเทียร์สูงก็ตาม แต่เรื่องบางเรื่องเราก็ต้องฟังความเอาไว้แบบไม่ใช่ว่าเชื่อไปซะ 100% เลยว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ เพื่อความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย เพราะยังไงมันก็คือข่าวที่รายงานออกมาอยู่ดี แต่หลักๆหลายฝ่ายที่รายงานตรงกันมาต่อเนื่อง ก็คือเรื่องระเบียบวินัย การมาซ้อมสาย ความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน มีภาพออกมาว่าบางคนเจอเขาในเกม เล่นโต้รุ่งในวันที่จะมี Matchday ซะด้วยซ้ำ

สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นข่าวที่รับฟังไปเพื่อประกอบการพิจารณาสถานการณ์โดยรวมที่เกิดขึ้น ซึ่งถ้าถามผู้เขียนว่าจริงเท็จมากน้อยแค่ไหน เราก็รู้สึกว่ามันมีความเป็นไปได้สูง (เพราะเขามีปัญหาจากการที่ถูกตัดชื่อออกจากทีมจริงๆ มันก็คงมีเหตุผลนั่นแหละว่าเพราะอะไร) 

ส่วน "Fact" ที่สามารถนำมาพิจารณาได้คือ คำพูดและการกระทำที่เปิดเผยออกมาสู่สาธารณะทั้งสองฝ่าย ซึ่งในเคสนี้มันคือการออกมาโพสต์ตอบโต้ของเจดอน ซานโช่ ต่อการให้สัมภาษณ์ของเอริค เทน ฮาก ในกรณีที่เขาหลุดออกจากทีมนั่นเอง

ในมุมของมนุษย์คนหนึ่ง เราเข้าใจว่าถ้ามีอะไรที่ตัวเรารู้สึกว่ามันไม่จริง ไม่ได้เป็นแบบนั้น กระบวนการป้องกันตัวของมนุษย์ก็จะทำงานทันทีด้วยกลไกป้องกันตัวเองอัตโนมัติ ในกรณีของซานโช่คือออกมาโพสต์ตอบโต้ทันควัน มองในแง่ของพฤติกรรมเราเข้าใจได้

แต่ก็ต้องตั้งคำถามกลับไปที่ซานโช่ด้วยว่า ทำไมเพื่อนคนอื่นในทีมถึงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ก็ยังมีชื่อติดทีมกันปกติ หากปฏิบัติตัวกันอย่างถูกต้องบนวินัยที่ดีของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทำไมเขาถึงเป็นคนเดียวที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น ทั้งในเรื่องที่ตัวเองไม่ติดทีม ทั้งในเรื่องที่ทำพฤติกรรมที่ไม่สมควรเกิดขึ้น

อาจมีคำถามเกิดขึ้นมาว่า เอริค เทน ฮาก ตั้งแง่อคติกับเจดอน ซานโช่หรือเปล่า? เรื่องนี้เราคิดว่าไม่น่าจะใช่ เพราะความเป็นจริงที่แฟนบอลเห็นคือ เทน ฮาก พยายามที่จะให้โอกาสและใช้งานซานโช่อย่างเต็มที่แล้วด้วยซ้ำ

ตอนที่เกิดปัญหาก็ให้เวลาไปฟื้นฟูร่างกายและจิตใจเพื่อจะกลับมาให้ได้, ในแง่การใช้งาน เทน ฮาก จะเลือกซานโช่ลงสนามเป็นตัวเลือกแรกของการแก้ไขแทคติกอยู่เสมอ(ถ้าเขาเป็นสำรอง)

ที่สำคัญคือขนาดว่า ตำแหน่งอื่นๆที่เป็นตำแหน่งถนัดของซานโช่ ทั้งปีกซ้าย/ปีกขวาของทีมเราไม่ว่าง เทน ฮาก ก็ยังอุตส่าห์งัดวิธีการใช้ซานโช่ในแบบที่ advance ขึ้นไป นั่นก็คือการจับมาเล่นตัวรุกตรงกลางแบบกองหน้า False Nine 

นั่นคือการพยายามให้โอกาส พยายามจะใช้งานซานโช่อย่างเต็มที่ของเทน ฮาก ไม่งั้นก็รอนั่งยาวไปถ้าเทียบ performance กับผู้เล่นคนอื่นๆในตำแหน่งนี้ แรชฟอร์ดกับอันโทนี่ แม้จะมีดีบ้างแย่บ้าง แต่ก็โดดเด่นกว่าเจดอน ซานโช่ อย่างเห็นได้ชัด

ถ้าเทน ฮาก ไม่เหลียวแลจริงๆ เขาไม่จับซานโช่เล่น False Nine แน่ๆ สู้ปล่อยให้เล่นตำแหน่งเดิมแล้วเป็นสำรองไปยาวๆไม่ดีกว่าหรือถ้าเอริคไม่ชอบเด็กคนนี้จริงๆ? มันมีวิธีการตัดหางเขาออกจากทีมแบบเนียนๆที่ดีกว่านี้เยอะ ไม่จำเป็นต้องให้ลองตำแหน่งแบบนี้ด้วยซ้ำ

เพราะงั้นเรื่องนี้เอริคไม่น่าจะตั้งแง่อะไร แถมยังพยายามจะให้โอกาสแล้วด้วยซ้ำ 

สถานการณ์ตอนนี้อย่างที่เราเห็นข่าวกัน หลังจากที่ถูกแยกซ้อมเดี่ยว และไม่มีส่วนร่วมอะไรกับทีมอีกแล้วทั้งนั้น ล่าสุดเจดอน ซานโช่ ยังถูกยกระดับการลงโทษด้วยการห้ามใช้ facilities ต่างๆที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกของสโมสร ห้ามใช้ห้องอาหารของทีมชุดใหญ่ 

ตราบใดที่เรื่องนี้ยังไม่เคลียร์ นักเตะยังคงมี "อีโก้" อยู่ในใจว่าข้าแน่ ข้าไม่ผิด เขาก็จะถูกตัดออกจากทีมแบบนี้ ทั้งเพื่อเป็นการลงโทษทางวินัยด้วย และเพื่อแยกปัญหารายบุคคลแบบนี้ออกไป เพื่อไม่ให้ "กระทบ" กับการทำทีมซึ่งเป็น priority สำคัญกว่าของสโมสร

สิ่งสำคัญของแมนยูตอนนี้คือ ดูแลจัดการทีมให้ลงเล่นและเอาตัวรอดในรายการต่างๆให้ดีที่สุดในทุกๆนัด ไม่ควรจะต้องมาวุ่นวายอยู่กับการจัดการปัญหาของนักเตะแค่คนเดียว เราคิดว่าการให้สัมภาษณ์ของเอริค เทน ฮาก หลังจากที่เกิดเรื่อง เขาก็ตอบนักข่าวได้ดีเวลาที่โดนเสี้ยมให้ต้องตอบหรือพูดถึงเรื่องซานโช่ เอริคจะบอกทุกครั้งว่า เรื่องราวสำคัญเราโฟกัสอยู่กับแค่การเตรียมทีมลงเล่นในแต่ละเกมเท่านั้น 

สิ่งนี้คือความสำคัญลำดับแรกสุดของปัญหาเรื่องนี้ นั่นก็คือ "ทีม" ไม่ใช่เรื่องของปัญหานักเตะแค่คนเดียว

เอาจริงๆแล้วอำนาจการต่อรองของซานโช่นั้นไม่มีเลย เพราะถึงแม้ทีมจะต้องขาดอันโทนี่เพราะต้องไปเคลียร์คดีตัวเองที่บราซิลบ้านเกิด และขาดนักเตะตัวรุกอย่างเขาไปอีกคน ดูเผินๆเหมือนจะเสียหาย แต่เอริค เทน ฮาก จริงๆแล้วมีทางเลือกใช้งานต่างๆที่เป็น tools และ option อีกมากมายที่สามารถปรับใช้งานได้ โดยที่การเสียซานโช่ไปไม่ได้กระทบอะไรกับทีมเลย 

ปีกขวา ปีกซ้าย ทีมมีตัวเลือกอื่นๆที่ "รอโอกาส" ได้ลงเล่น และพยายามอย่างเต็มที่อย่างมืออาชีพ เพื่อโอกาสที่จะมาถึง นักเตะพวกนั้นแหละที่เราควรจะให้โอกาส เช่นพวก ฟาคุนโด้ เปลลิสตรี, อเลฮันโดร การ์นาโช่ เป็นต้น

หรือแม้แต่กลยุทธ์การปรับนักเตะตัวอื่นๆมาเล่นทดแทนตำแหน่งของซานโช่ เราก็ได้เห็นกันชัดๆแล้วจากการใช้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เล่นขวาในลักษณะของการเติมเข้าพื้นที่สุดท้าย ไม่ใช่แค่รอครอสบอลอย่างเดียว ผลก็ออกมาแล้วว่านั่นคือการใช้งานบรูโน่ที่ถูกต้องอีกวิธีหนึ่ง แม้จะไม่ดีเท่าการยืน AM ทำเกมรุกตรงกลางก็ตาม แต่มันก็ใช้ได้ทั้งในสโมสรและทีมชาติโปรตุเกสของเขา

บรูโน่เล่นตัวรุกทางขวาแบบ Wide Playmaker ซึ่งบางมิติมันก็ทดแทนซานโช่ได้อย่างดี เพราะฉะนั้นแล้ว ซานโช่ไม่ได้มีอำนาจต่อรองอะไรเลยในการขาดหายไปของเขาต่อทีมของเทน ฮาก

นักเตะจึงควรต้องเข้าใจสถานภาพของตัวเองด้วย แม้ว่าจะมีพรสวรรค์ยิ่งใหญ่ขนาดไหน จะเก่งเพียงใด แต่ถ้าคุณไม่ปฏิบัติตามระบบระเบียบ วิธีการ และมาตรฐานขององค์กรให้ได้ คุณก็ถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการทำงานเช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "เฮดโค้ช" (ผู้จัดการทีม) ผู้ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่คนสำคัญในการควบคุมและดูแล "ภาพรวม" ของทีมให้เดินหน้าไปด้วยกัน เป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดที่จะพาทีมเดินหน้าและผ่านอุปสรรคไปได้ ทุกภาคส่วนในทีมจะต้องทำงานกันด้วยทีมเวิร์คและความเข้าใจที่ตรงกัน

คนที่ทำไม่ได้ คนที่ "ไม่ทำ" คือปัญหาที่จะทำให้ทีมสะดุด เพราะงั้นมันจึงเป็นคำตอบที่ว่า ทำไมผู้จัดการทีมถึงได้สำคัญกว่านักเตะในเรื่องนี้ และนั่นคือประเด็นที่แฟนบอลเองเค้าก็อยากจะให้ซานโช่ทำตรงนี้ให้ได้ เพื่อให้มันเดินหน้าต่อไปด้วยกัน

แต่ดูเหมือนว่า ซานโช่จะทำให้หลายๆคนผิดหวังจริงๆ จากการกระทำที่ออกมา มันก็ไม่สามารถที่จะเอาใจช่วยได้ หากว่าคุณยังมีปัญหากับทีมแบบนี้อยู่

สิ่งที่ค้ำคอซานโช่อยู่ในขณะนี้ มันมีอยู่สองอย่างสำคัญๆที่เกิดขึ้นกับเขา อย่างแรกคือเรื่องของ "อีโก้" ที่มีในมนุษย์ทุกๆคน การก้มหัวขอโทษ ในบางมุมมองมนุษย์บางคนอาจจะมองว่ามันคือความพ่ายแพ้ มันคือการยอมรับว่าตัวเองผิด แต่อีโก้ดังกล่าวอาจจะเป็นตัวที่ค้ำอยู่ในใจคนนั้นๆว่า

"ก็กูไม่ผิด"

เขาจึงไม่ขอโทษ และคงไม่คิดที่จะทำด้วย ซึ่งตราบใดที่ยังไม่มีการสำนึกได้ว่าตัวเองผิด ยังเข้าใจอยู่ว่าตัวเองไม่ผิด ซานโช่จะไม่มีวันได้กลับมาสู่ทีมอีกเลย และสุดท้ายคงลงเอยด้วยการปล่อยตัวหรือออกไปอยู่กับสโมสรอื่นๆ (ถ้าจะหาได้) กับค่าเหนื่อยระดับสามแสนห้า เราก็ยังไม่รู้เลยว่าหากซานโช่จบลงด้วยความล้มเหลวแบบนี้ แมนยูไนเต็ดจะเคลียร์นักเตะคนนี้ออกไปยังไง

ดังนั้นในตอนนี้ อีโก้ของซานโช่ คือ "Core" ซึ่ง ค้ำปัญหาตรงนี้ให้มันไม่อาจไปถึงความจริงของทางลงในเรื่องนี้ได้  

อีกสิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ นั่นก็คือเรื่องของ "ทัศนคติ" (Attitude) ของซานโช่เอง ที่อาจจะเข้าใจและคิดไปว่า สิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นมันถูกต้องแล้ว ทั้งๆที่มันอาจจะผิดก็ได้

attitude ของซานโช่ มันทำให้เขาไม่มีความพยายามที่มากพอต่อการสู้กับปัญหาในด้านของพฤติกรรมการทำงานในฐานะนักฟุตบอล ต้องบอกก่อนว่าเราไม่ได้แตะประเด็นของโรคซึมเศร้าใดๆทั้งสิ้น เราพูดถึงวิธีคิดในเรื่องทั่วไปทั้งนั้น ซึ่งไม่เกี่ยวกับว่าซึมเศร้าหรือไม่ ทัศนคติในการทำงานจะต้องมาก่อนเสมอ ถ้าเทียบกับผู้เล่นคนอื่นๆที่แสดงออกมาในสนามว่า "พยายามเต็มที่" เวลาได้รับโอกาสลงสนาม มันจะเห็นชัดเจนเลย

บรูโน่คือตัวอย่างที่ดีของทัศนคติการทำงานในสนาม ล่าสุดคนที่เพิ่งเขียนบทความไปอย่าง ฮันนิบาล เมจบรี ก็แสดงทัศนคติที่ดีออกมาเช่นกันถึงความพยายามที่เขาโชว์ออกมา

เมื่อทัศนคติของการเป็นนักฟุตบอลที่ดี มันผิดเพี้ยนไป จากสิ่งที่เจ้าตัวคิดว่าทำอยู่มันดีแล้ว บวกกับอีโก้ที่ทำให้ตัวเองไม่สามารถจะยอมรับได้ว่าตัวเองผิด ไม่อยากจะเป็นคนผิด สองสิ่งนี้ทำให้เจ้าตัวอยู่ในจุดที่ไม่ยอมจะถอย เพื่อจะยอมรับสภาพว่าตัวเองทำผิดไปจริงๆ ทั้งพฤติกรรมต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ออกมาตอบโต้บนหน้าสื่อโซเชียลออนไลน์

ปัญหาที่เน่าเฟะซึ่งอยู่หลังฉากของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ดูเหมือนว่าจะยังมีอีกเยอะที่เกิดขึ้นในเชิงปัญหาโครงสร้างของบุคลากรในสโมสร เราไม่รู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นยังมีอะไรอีก นักเตะคนอื่นๆคนไหนยังเป็นระเบิดเวลาที่เรากอดอยู่กับอกโดยไม่รู้ตัวหรือไม่

ระเบิดบางลูก ไม่มีเวลาบอกว่าจะระเบิดเมื่อไหร่ แต่ยังไงมันก็เป็น "ระเบิด" อยู่ดี 

แนวโน้มที่ซานโช่จะจบอนาคตในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดมีสูงมาก ต่อให้ขอโทษและกลับมาเข้าทีมก็ตาม สุดท้ายแล้วก็ไม่น่าจะได้ไปต่ออยู่ดี และในฐานะแฟนบอล เราเองก็ไม่อยากได้นักเตะที่มีแววจะเป็นผู้เล่นประเภทมาโกยเงิน ใช้ชีวิตเป็นซูเปอร์สตาร์ภายใต้ชื่อแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเหมือนกัน เราเข็ดขยาดกับการมีนักเตะชื่อดังแต่โชว์ฟอร์มไม่เต็มที่แบบพวกป็อกบา ลินการ์ดแล้ว

ที่สำคัญคือ เหตุการณ์ครั้งนี้มันไม่ดีกับตัวซานโช่เองด้วยที่แสดงพฤติกรรมแบบนี้ เพราะมันทำให้เขาเสียเครดิตในอาชีพนักฟุตบอลไปพอสมควร จากระเบียบวินัย, พฤติกรรมที่แสดงออกมา และความไม่เป็นมืออาชีพ คนที่เสียหายมากที่สุดเรื่องนี้ไม่ใช่เทน ฮาก แต่เป็นตัวของซานโช่เอง

คิดแล้วก็เซ็ง และเศร้าใจจริงๆเรื่องนี้ เสียดายพรสวรรค์และฝีเท้าของซานโช่ ถ้าทัศนคติดีกว่านี้ เขาจะไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่มากๆ เมื่อหันไปดูนักเตะใน gen ใกล้ๆกันอย่างโฟเด้น ดูรุ่นน้องอย่างพวกจู๊ด มูเซียล่า มันเห็นความแตกต่างของการเปรียบเทียบได้ชัดจริงๆว่าใครคือของจริง ใครไม่ใช่

ซานโช่เป็นหนึ่งในเรื่องราวที่เอริค เทน ฮาก จะต้องแก้ไขเรื่องความไม่เอาไหนของสโมสรแห่งนี้ ที่มันพอกหางหมูมามากมาย หลังจากที่คนดูแลที่ดีที่สุดคนก่อนอย่าง เซอร์อเล็กซ์ วางมือจากการคุมทีมไป ปัญหาต่างๆมันสะสมมาเรื่อยๆจนทำให้สโมสรแห่งนี้เดินทางไปอย่างผิดทิศแบบนี้ 

เพราะงั้นยิ่งมันเป็นแบบนี้ เรายิ่งมั่นใจว่า เหตุการณ์แบบนี้เราจะต้องเชื่อมั่นใคร เพราะคนที่จะดูแลภาพรวมทั้งหมดให้มันเดินหน้าต่อไปได้ คือผู้จัดการทีมนั่นเอง ในเมื่อลงเรือลำเดียวกัน เลือกที่จะเชื่อมั่นในผู้จัดการทีมอย่างเอริค เทน ฮาก แล้ว เราก็ต้องทำให้ Process การทำงานของเขามันเดินหน้าไปได้โดยที่ไม่ควรมีอะไรมาขัดขวาง

ในกรณีของซานโช่ นี่จะเป็นเพียงปัญหาของนักเตะคนหนึ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้น น้ำหนักความสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้มีค่าอะไรเลยกับการทำทีมในภาพรวม ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ซานโช่จะวางอีโก้ของเขาลง และกลับมาขอโทษเอริค เทน ฮาก พร้อมพยายามพิสูจน์ตัวเองเพื่อแก้ตัวหรือไม่เราก็ไม่รู้

แม้ว่าจะมีข่าวว่าเพื่อนร่วมทีมที่เป็นอังกฤษเหมือนกันอย่างพวกชอว์ แมกไกวร์ แรชฟอร์ด พวกนี้จะพยายามให้เจดอนมาขอโทษเพื่อให้ทุกอย่างจบก็ตาม แต่เรื่องมันมาขนาดนี้แล้ว ต่อให้ขอโทษกันไป ผู้จัดการทีมเองก็คงไม่อาจจะมั่นใจได้ว่านักเตะคนนี้จะจริงใจในการขอโทษหรือพยายามแก้ไขเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ตัวนักเตะเองก็ไม่รู้ว่าถ้าเขาถูกใช้งานเป็นแค่ตัวสำรองต่อไปเรื่อยๆ เขาจะทนได้ยังไง ผู้จัดการทีมจะเห็นหัวเขาอีกหรือเปล่า

มันเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย เพราะงั้นมันก็อาจจะต้องแยกทางจากกันไปจริงๆ นั่นอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ถ้าเราเป็นผู้จัดการ นักเตะคนนี้คงจะไม่ได้อยู่ในทีมอีกต่อไป คงจะหาทางผลักดันให้ย้ายออกแน่ๆ

ขณะที่ถ้าเราเป็นนักเตะ เราก็คงจะรู้ว่าผู้จัดการคงไม่เอาเราแล้วแน่นอน ย้ายออกคงจะดีกว่า

เพราะงั้นเมื่อดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แนวโน้มของปัญหาตรงนี้ สุดท้ายแล้วมันหยั่งรากลึกลงไปจนถึงระดับของการผิดใจกันไปแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำผิดแค่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง

การผิดใจกัน มันยากที่จะกู้กลับมาให้ไว้ใจ เชื่อใจกันได้เหมือนเมื่อก่อน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็คงจะจบลงอย่างที่ไฮไลท์ตัวสีดำในบรรทัดข้างบนเอาไว้ว่า ต่างฝ่ายต่างก็ผิดใจกันไปแล้ว มีทางเดียวคือสวมคอนเวิร์สทางใครทางมันไป คงจะดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายในการเคลียร์ปัญหานี้ให้มันจบๆไป

ซึ่งนั่นหมายความว่า มันอาจจะไม่มี "ทางกลับบ้าน" ให้กับเจดอน ซานโช่ ในการจะกลับมาเป็นตัวเล่นหลักของเทน ฮาก ได้ง่ายๆอีกต่อไป

-ศาลาผี-


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด