:::     :::

"กลางโหว่ โกลเหวอ หลังหาย" เกมรับที่พังทลายทุกพาร์ท

วันพฤหัสบดีที่ 05 ตุลาคม 2566 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
5,140
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ปัญหาใหญ่สุดในตอนนี้ของแมนยูคือเรื่องของเกมรับ ที่มีปัญหาหนักระดับวาระแห่งชาติ และพังไปทั่วทุกจุด เป็นงานที่ต้องแก้ให้ได้โดยเร็วที่สุดจริงๆ ไม่งั้นแฟนแมนยูก็จะต้องขมขื่นกับความพ่ายแพ้แบบนี้ไปทุกนัดที่ลงสนาม ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้นจริงๆ และนี่คือภาพรวมของปัญหาทั้งหมด

ปัญหาใหญ่ของปีศาจแดงในตอนนี้หากว่าใครได้ติดตามและพิจารณาข้อบกพร่องในการเล่นของยูไนเต็ดแล้วละก็ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดของทีมซึ่งต้องรีบแก้ ก็คือเรื่องของ "เกมรับ" ที่แมนยูพร้อมเสียประตูง่ายๆกับทุกทีม ยิงนำคู่แข่งได้ 4-5 นาทีก็โดนยิงคืนแล้วแบบง่ายๆ

บางนัดยิงคู่แข่งได้ 3 ลูกก็ยังแพ้อีกเพราะหลังบ้านทำเสียไป 4 ลูก แบบนี้คือต่อให้แดนกลางทำเกมดีขนาดไหน กองหน้าคมขนาดไหน ยิ่งเท่าไหร่ก็ไม่พออยู่ดี

ปัญหาเกมรับของแมนยูมันไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพราะว่า "กองหลังอ่อน" แค่อย่างเดียว ตามความเข้าใจทั่วๆไปว่า เกมรับไม่ดี = กองหลังมีปัญหา ปัญหาของเรามันไม่ได้มีแค่นั้น และไม่ได้เป็นแค่เพราะนักเตะคนใดคนหนึ่ง แต่ปัญหามันเกี่ยวเนื่องกันหมดทั้งระบบ โดยเฉพาะ แผงกลาง-แผงหลัง-โกล

การพิจารณาปัญหาของทีมฟุตบอลต้องดูภาพรวมการเล่นของทั้งทีมเป็นหลักก่อนเพื่อให้เห็นจุดสำคัญของปัญหา แล้วค่อยไปลงดีเทลว่านักเตะแต่ละคนทำตามระบบและแทคติกได้มากน้อยแค่ไหน

ในแต่ละพาร์ทมีรายละเอียดดังนี้

1. "กลางโหว่"

หลายๆครั้งพื้นที่ตรงกลางของยูไนเต็ด มีพลังงานไม่พอจะแพ็คช่องโหว่ตรงกลางได้หมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแผนที่บ่อยครั้งมักจะเหลือแค่คาเซมิโร่แค่คนเดียว และโดนคู่ต่อสู้โจมตีจากพื้นที่แถวสองแบบนี้เสมอ

เช่นกรณีล่าสุดในเกมที่แมนยูเสียประตู 2-2 ให้กับกาลาตาซารายใน UCL นอกจากความผิดพลาดของอัมราบัต และ ลินเดอเลิฟ ในจังหวะที่โดนพลิกบอลหลุดขึ้นหน้ามาริมเส้นฝั่งซ้ายแล้ว ตัวรุกคู่แข่งที่วิ่งขึ้นมารับบอลในกรอบเขตโทษและยิงเข้าไปแบบโล่งๆ คือตัวเล่นที่วิ่งฟรีขึ้นมาจากพื้นที่กลางสนาม เติมขึ้นมาทำประตู โดยที่คาเซมิโร่เองก็ไล่ตามลงมาไม่ทัน ด้วยสปีดที่ตามลงมาอย่างเต็มที่แล้ว

เรื่องกลางโบ๋มันไม่ใช่ปัญหาที่มาจากการเล่นของคาเซมิโร่ แต่มันมาจาก "ระบบ" เพราะมื่อเลือกที่จะเล่นแผนโอเวอร์โหลดที่ดันแบ็คดันคู่มิดฟิลด์ตัวรุกขึ้นบนหมด การรับผิดชอบพื้นที่ด้านหลังด้วยคาเซมิโร่คนเดียวตอนนี้ก็ไม่มีพลังพอที่จะคัฟเวอร์พื้นที่เกมรับให้เราได้หมด 

เทน ฮาก คือผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ที่ต้องหาวิธีการที่ปรับปรุงเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะถ้ายังใช้คาเซมิโร่เล่นในระบบที่ใช้กลางรับเดี่ยว ดูเหมือนว่ามันจะเกิดช่องโหว่ให้คู่แข่งโจมตีตรงนี้ได้ ต้องหาทางแก้โดยด่วน ซึ่งตอนนี้ก็จำเป็นต้องหาทางว่า ทำยังไงนักเตะที่เหมาะสมจะช่วยแก้เรื่องนี้อย่าง "โซฟียาน อัมราบัต" เราจะเอาเขาขึ้นมาในแดนกลางได้ยังไง ในยามที่แบ็คซ้ายก็ไม่มีและบังบัติต้องถอยลงไปเล่นแบบนั้น

เอาแมกไกวร์ลงมายืนกลาง ขยับลินเดอเลิฟไปซ้ายได้ไหม จะได้ให้อัมราบัตมายืนกลางคู่คาเซมิโร่เพื่อแพ็คพื้นที่ให้แน่น ลองดูก็ไม่เสียหายหรอก ส่วนแบ็คซ้ายอย่างลินเดอเลิฟก็รอเล่นเกมรับอย่างเดียวไปเลย ไม่ต้องเติมเยอะ ขยับขึ้นสูงก็หุบเข้าในเอา ใช้ลินเดอเลิฟเล่น Inverted Full-Back นั่นแหละน่าจะเหมาะมาก อัมราบัตกับคาเซมิโร่จะได้สบายขึ้นอีก

ถอยเมสัน เมาท์ ลงมาเล่นกลางคู่กับคาเซมิโร่? ก็พอได้ แต่เมาท์ก็จะถูกใช้งานอย่างผิดประเภทอีกอยู่ดี เพราะเขาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางก็จริง แต่เป็นตัวเล่นเกมรุก จะให้ถอยลงมาคุมเกมอย่างเดียวเลยโดยตรงก็คงจะทำได้ไม่ดีเท่าตัวต่ำธรรมชาติอย่างอัมราบัตอยู่แล้ว ส่วนเอริคเซ่น รายนี้เหมาะกับเกมที่เราคุมทุกอย่างได้หมด ให้เขาออกบอลเกมรุกเป็นหลักเท่านั้น ส่วนเกมรับ เอริคเซ่นไม่มีพลังแม้แต่จะสปีดไปช่วยคุมพื้นที่เลย คำตอบตอนนี้มันจึงไม่ใช่เขาแล้ว ยิ่งเอาตัวเล่นที่หมดพลังด้วยกันไปยืนคู่คาเซมิโร่อีกก็จะมีปัญหาแน่

ผู้ช่วยที่คาเซมิโร่รอคอย ก็คืออัมราบัตนี่แหละ วันไหนได้ขึ้นมาเล่นกลางเต็มตัว ปัญหาตรงนี้จะดีขึ้นแน่นอนทั้งในเกมรับ และการครองบอลจากแดนกลาง

2. "หลังหลวม"

"แผงกองหลัง" ก็มีปัญหาการเล่นทั้งแนว สาเหตุหลักๆจากการที่ขาดผู้เล่นตัวจริงคนสำคัญๆไปเกือบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นลุค ชอว์ ทางซ้าย, วานบิสซาก้า ทางขวา รวมถึง ลิซานโดร มาร์ติเนซ ที่เข้ารับการผ่าตัดซ้ำอีกครั้งจึงต้องพักไปอีก 2-3 เดือน สามคนนี้เป็นแนวรับหลักที่เคยสร้างแผงหลังที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้ ขณะนี้บาดเจ็บออกไปจากทีมทั้งหมด รวมถึงตัวเปลี่ยนอย่างพวกมาลาเซีย และ เรกีลอน ที่ยังต้องพักอีก 1-2 สัปดาห์ ซึ่งก็น่าจะกลับมาหลังเบรคทีมชาติเลย

ความเหนียวของเกมรับจึงหายไปอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ตัวที่มีอยู่ไม่ดีพอจะช่วยทีมได้ ทั้งฟอร์มของดาโลต์ที่เกิดข้อผิดพลาดในการเล่นเกมรับเสมอๆ ล่าสุดก็เสียเหลี่ยมซาฮาไปง่ายๆจนโดนยิงอย่างที่เห็น, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่หลายๆครั้งก็ไม่ดุดันพอในภาคของการป้องกันพื้นที่สุดท้าย

ส่วนโซฟียาน อัมราบัต ที่ย้ายมาใหม่และต้องเล่นแบ็คซ้ายจำเป็นให้กับทีม ยังไงเรื่องของการป้องกันต่างๆก็ยังขาดตกบกพร่องอยู่เนื่องจากเขาเองก็ไม่ใช่นักเตะกองหลังธรรมชาติ เนื่องจากเป็นมิดฟิลด์ตัวคุมเกม 

คนที่พอจะแบกได้มีราฟาเอล วารานคนเดียว เราก็ไม่รู้ว่าสภาพร่างกายเขาจะบาดเจ็บไปอีกเมื่อไหร่ในวัยขึ้น 30 แล้ว และยิ่งช่วงท้ายเกมพลังงานก็ลดลงไป เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากๆ ซึ่งตัวสำรองที่มีอยู่ก็คือ แฮรี่ แมกไกวร์ กับ จอนนี่ อีแวนส์ ก็ควรจะใช้งานในยามจำเป็นจริงๆเท่านั้นเหมือนกันหากพูดกันตรงๆ 

แผงกองหลังตอนนี้จึงรั่วหนักอย่างที่เห็น ไม่แพ้ปัญหากลางรั่วเช่นกัน จะเอาอัมราบัตขึ้นมาเล่นกลางเดี๋ยวก็ไม่มีตัวลงแบ็คอีก อาจจะเป็นงานของเทน ฮากแล้วว่า คุณจะลองใช้แมกไกวร์ดูหรือไม่ในการยืนคู่วาราน แล้วใช้ลินเดอเลิฟเล่นแบ็คซ้ายแทน เพื่อจะดึงอัมราบัตมายืนคู่กับคาเซมิโร่ในระบบ double pivot ไปเลยเพื่อแพ็คกลางให้แน่นก่อน

อย่างน้อยปัญหาหลังรั่วตอนนี้น่าจะทุเลาลง ถ้ามีกลางสกรีนงานสองคนยืนคุมพื้นที่ไว้ ไม่ใช่เหลือคาเซมิโร่คนเดียวอย่างในตอนนี้

3. "โกลเหวอ"

สองพารากราฟข้างบนนั้นที่เราเกริ่นมาซะยืดยาว เพื่อจะบอกให้รู้ว่า เกมรับของแมนยูมันมีปัญหาทุกจุด ทั้งระบบจริงๆ คนอ่านจะได้เห็นภาพและเข้าใจ แต่.. เราก็หนีความจริงไม่ได้ว่า อีกส่วนหนึ่งที่เราจำเป็นต้องพูดก็คือ ฟอร์มการเล่นของผู้รักษาประตูตัวหลักอย่าง อังเดร โอนาน่า

ตอนนี้โอนาน่าโดนค่อนข้างหนัก เพราะข้อผิดพลาดที่เขาก่อขึ้นมาด้วยเองเช่นกันส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนเราก็คงไปตามอธิบายให้แฟนบอลทุกคนมีชุดความคิดที่ดีในการดูบอลไม่ได้ว่า "มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาเพราะโอนาน่าไปซะทุกอย่าง" บางลูกคุณจะไปโทษผู้รักษาประตูไม่ได้ ในเมื่อกองกลางกองหลังปล่อยให้เขาโจมตีได้ขนาดนั้น โดนยิงเน้นๆโกลมันก็เซฟให้ไม่ไหว

เรื่องนี้ผู้เขียนจำเป็นต้องปกป้องโอนาน่าเหมือนกัน แต่ถามว่า โอนาน่ามีส่วนไหม ต้องตอบตามความจริงว่า "มีปัญหาจริง"

สิ่งที่จะบอกก็คือ ตามหัวข้อที่ขึ้นไว้ว่าโกลเหวอ "เหวอ" ในที่นี่เราจะหมายถึงการ "เสียความมั่นใจในการเล่น" ของอังเดร โอนาน่า ที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาจริงๆซะแล้ว

สังเกตได้เลยว่าช่วงแรกๆที่อังเดรย้ายมา เขาดูจะมั่นใจเต็มที่มากกว่านี้ แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ และผลงานของทีมโดยรวมไม่ดีเนื่องจากแย่ด้วยกันทั้งหมด

พอแมนยูไนเต็ดอยู่ในสถานการณ์ที่กดดัน โอนาน่าเริ่มพลาดแบบมีแผลจริงจังให้เราได้เห็น

การเล่นของแมนยูตอนนี้ลงแข่งในทุกรายการไป 10 เกม เสียไปทั้งสิ้น 18 ประตู ซึ่งเป็น 18 ของโอนาน่าล้วนๆ มันไม่ได้แปลว่า 18 ลูกนี้เขาพลาดอยู่คนเดียวนะครับ มันเป็นความบกพร่องของทีมเราทั้งทีม ถ้าใครจะยกตัวเลข 18 ลูกนี้ไปด่าโอนาน่าว่าไม่เซฟเลย นั่นก็น่าเกลียดเกินไปเพราะมันไม่ใช่ความผิดของเขาทั้งหมดคนเดียว การใช้จำนวนประตูเสียไปตำหนิผู้รักษาประตูคนเดียวมันไม่เมคเซนส์ และเป็นเหตุผลที่ตื้นมาก

ทีมเสียประตูเยอะจริง แต่มันไม่ได้เป็นสาเหตุมาจากโอนาน่าพลาดไปซะทุกลูกขนาดนั้น บางลูกเจอคู่แข่งวิ่งเติมหลุดมายิงง่ายๆ, บางลูกเกินขอบข่ายที่ผู้รักษาประตูจะเซฟได้ หรือแม้บางลูกน้าเดเองก็ใช่ว่าจะเซฟได้จริงๆ ดังนั้นจะไปโทษโอนาน่าซะทุกอย่างเลยไม่ได้

แต่.. ในจำนวนนั้น มันก็มีอยู่บางลูกที่โอนาน่าพลาดเองแบบเต็มๆจริงๆ

บางลูกเขาควรจะเซฟได้(บ้าง) บางลูกควรมั่นใจออกมาปิดมุมหรือบีบใส่กองหน้าคู่แข่งให้มากกว่านี้ บางลูกที่ไม่มีอะไรก็ไม่ควรจะทำเสีย

ยกตัวอย่างที่เห็นชัดก็คือลูกที่เขาเริ่มเปิดแผลจากการรับลูกยิงของซาเน่แล้วซองแตกในเกมเจอกับบาเยิร์นมิวนิค อันนั้นคือพลาดจริง แม้ว่าเดเคอาเองก็จะเคยพลาดแบบนี้ก็ตาม แต่ก็ช่วยหักล้างอะไรไม่ได้ เพราะโอนาน่าพลาดจริง พลาดแบบไม่ควรพลาด เพราะลูกนี้ไม่ได้ยากมากขนาดนั้น อยู่ในข่ายที่สามารถปัดออกไปได้ 

และล่าสุดที่ออกบอลหน้าปากประตูแล้วพลาดให้กาลาตาซาราย จนทำให้คาเซมิโร่ต้องสังเวยใบแดงเพื่อหยุดลูกนี้ ทีมเหลือ 10 คนจนกระทั่งสุดท้ายแล้วก็โดนยิงแซง แพ้คาบ้านไปอีกในนัดล่าสุด

ความผิดพลาดหนักๆทั้งสองจังหวะนี้ที่นำมาพูดเป็นตัวอย่าง มาจากความกดดันและความไม่มั่นใจทั้งสิ้น อย่างลูกยิงของซาเน่ ถ้าโกลมั่นใจๆ ระยะแค่นั้นคือเคลียร์ออกไปได้แน่ ส่วนลูกจ่ายที่เขาจ่ายพลาดไปเข้าเท้านักเตะกาลาตาซาราย เอาจริงๆแล้วเรื่องของการออกบอลเป็นจุดเด่นของโอนาน่าซะด้วยซ้ำ ลูกจ่ายเรียดในลักษณะที่ผ่านหน้าคู่แข่งบริเวณแถวๆประตู จริงๆแล้วโอนาน่าก็ออกบอลลักษณะแบบนี้ให้เห็นบ่อยๆ แฟนผีนั่งดูไปก็เสียวไป แต่ก็ยังไม่เคยมีพลาด

มีพลาดลูกนี้แหละที่มันจ่ายเสียแบบเต็มๆเลยแบบที่ "ไม่ใช่มาตรฐานการเล่นของเขาเอง"

เพราะนักเตะที่ออกบอลเนียนๆในทุกระยะทั้งใกล้ กลาง ไกลแบบนี้ ถึงขนาดเตะบอลขึ้นหน้ามาอยู่ในข่ายที่ใกล้เคียงจะตรงตัวแนวรุกของเราได้แทบทุกครั้งแบบนี้ การพลาดแบบนี้มันจึงไม่ใช่มาตรฐานของเขาอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่พลาดแผลใหญ่ทั้งสองจังหวะ ก็ไม่ใช่มาตรฐานจริงๆของโอนาน่าเลยสักลูก

ตอนนี้มันจึงไม่ใช่เรื่องของมาตรฐานการเล่น ที่เห็นอยู่ตอนนี้เป็นเรื่องของแรงกดดัน ความไม่มั่นใจ และเรื่องของ "ฟอร์ม" ล้วนๆที่ตกจริงๆ

การอยู่ทีมใหญ่ที่ตกอยู่ภายใต้แสงไฟตลอดเวลาอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อาจจะเป็นแรงกดดันของโอนาน่าโดยไม่รู้ตัว ยิ่งเขาออกมาโทษตัวเองอย่างที่เห็นในคำให้สัมภาษณ์แล้วยิ่งน่าเป็นห่วงว่ามันมาจากความกดดัน และความไม่มั่นใจจริงๆ

สถิติในUCLตอนนี้ ติดท็อปไฟว์โกลที่สัดส่วนการเซฟได้น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับ xGตรงกรอบที่เกิดขึ้น

การแก้ปัญหาเรื่องนี้ของโอนาน่า ต้องดูว่าเอริค เทน ฮาก จะเอายังไง การดรอปโอนาน่า ถือว่ามีความเป็นไปได้ และก็เหมาะสมที่จะทำ ด้วยหลักตรรกะเหตุผลง่ายๆว่า ฟอร์มไม่ดีก็ไปพักก่อน เรียกฟอร์มคืนมา ระหว่างนี้ก็ให้โอกาสอีกคนหนึ่ง ซึ่งทีมเราก็เซ็นสัญญา อัลทาย บายินดิช์ เข้ามาแล้ว อัลทายก็พร้อมลงสนามอยู่ เราจะลองใช้เขาดูบ้างก็ได้ 

เพื่อกดดันให้โอนาน่ารู้ด้วยว่าเขาไม่ใช่ของตายที่จะได้ลงทุกนัดอีกต่อไป จะได้รักษามาตรฐานตัวเองไว้ในระดับสูงแบบที่ "ไม่อนุญาตให้พลาด" ได้อีกในทุกๆกรณี

การดรอป จะช่วยเรื่องนั้นได้ ทีมก็ได้ให้โอกาสนักเตะคนอื่นๆด้วย ส่วนโอนาน่าเองก็มีหน้าที่ไปทบทวนตัวเอง เรียกฟอร์ม และสู้เพื่อตำแหน่งของตนเองเช่นกัน การจะลองดรอปโอนาน่าก็สามารถทำได้

หรือ..

จะยังคงเชื่อใจ และส่งโอนาน่าลงสนามต่อ ก็ไม่ผิดเช่นกัน หากว่าเทน ฮาก ยังคงใช้อังเดรลงสนามต่อไป เริ่มจากเกมในสัปดาห์นี้ที่จะเจอกับเบรนท์ฟอร์ดในบ้าน หากเห็นโอนาน่าได้ลงสนาม ก็อย่าเพิ่งด่าเทน ฮากว่าใช้แต่ลูกรัก

บางครั้งการจะเรียกฟอร์มขึ้นมาได้ มันก็ต้องได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ และกำลังใจจากผู้จัดการทีมเช่นกัน เพื่อไม่ให้โอนาน่าเป๋มากไปกว่านี้ การยังให้โอกาสเขาเพื่อสร้างความมั่นใจในด้านจิตวิทยา ก็ถือเป็นอีกหนทางที่ทำได้เช่นกัน

เพราะงั้น เอาจริงๆจะใช้หรือดรอปโอนาน่า ก็ดีทั้งนั้น และมันไม่มี "คำตอบที่ถูกต้องที่สุด" ของเรื่องนี้ เพราะผู้เล่นบางคนจะเก่งขึ้นเมื่อเจอแรงกดดันมากๆเขาจะถีบตัวเองสู้ บางคนกดดันมากเกินไปด้วยการดรอปแล้วเหวอไปเลย มันก็มีเหมือนกัน

นักฟุตบอลคือ "คน" เหมือนเราๆท่านๆ และแต่ละคนก็มีวิธีการทรีทอันเหมาะสมที่แตกต่างกัน เหมือนที่เซอร์อเล็กซ์ใช้ตอนคุมทีมนั่นแหละครับ ป๋ารู้ว่าคนไหนด่าได้ ยิ่งด่ายิ่งดี บางคนด่าหรือกดดันรับรองว่าพังแน่นอน เหมือนตอนที่ด่ากระทบชิ่งรูนีย์เพื่อให้นานี่รู้ตัวนั่นแหละครับ

เพราะงั้นเรื่องของโอนาน่า แฟนบอลต้องเชื่อใจและให้เอริค เทน ฮาก เป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้เอง เอริคมีมุมมองในเรื่องนี้อยู่แล้วแน่นอนไม่ต้องห่วง จะใช้ต่อหรือจะดรอป เขามีเหตุผลอยู่แล้ว

"ผมจะให้กำลังใจโอนาน่า จะช่วยเหลือ จะสนับสนุนเขา เขาเป็นผู้รักษาประตูที่ดีเยี่ยม เขาสามารถจะเป็นหนึ่งในคนที่ดีที่สุดในโลกได้ เรารู้อยู่แล้วว่าเขามีความสามารถที่ยอดเยี่ยม และบุคลิกตัวตนของเขา ผมมั่นใจว่าเขาจะกลับมาได้อย่างแน่นอน"

เอริคให้กำลังใจและซัพพอร์ตอังเดรเอาไว้เช่นนี้หลังจากที่เขาทำผิดพลาดมา

เราก็ได้แต่หวังว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ ในฐานะแฟนบอลคนหนึ่งที่รักเดเคอามาก และซัพพอร์ตน้าเดมาตลอดจนวันสุดท้าย เราก็ทำแบบนั้นกับอังเดร โอนาน่าเช่นกัน และหวังว่าโกลรายนี้จะพัฒนาฝีเท้ากลับมามีฟอร์มที่แข็งแกร่งได้ เพราะการเล่นบอลด้วยเท้าของเขามันเป็นอีกนวัตกรรมฟุตบอลที่สร้างเกมการเล่นในแบบสมัยใหม่ให้ระบบแทคติกในสมัยนี้ได้จริงๆ

คำพูดที่ว่า สุดท้ายแล้วโกลก็แค่ต้องเซฟให้เก่งๆแค่นั้นพอ มันเป็นชุดความคิดที่เก่ามากแบบที่ไม่มีการพัฒนาเลย โกลที่ดีจริงๆในยุคนี้ต้องทำได้หมด ทั้งการเซฟได้ดี และมีส่วนร่วมในการทำเกมกับทีมด้วย ท่ามกลางโลกฟุตบอลยุคที่แทคติกหลากหลายยืดหยุ่นขึ้น และปรัชญาฟุตบอลพัฒนาขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้ง

ตอนนี้โอนาน่าเรื่องการใช้เท้าแบบสมัยใหม่ไม่มีปัญหา ขาดแค่ความมั่นใจในการเซฟแล้ว บางลูกก็อาจจะต้องออกมาตัดบอลแบบเด็ดขาดๆไปเลยแบบ Sweeper Keeper บ้าง, บางลูกก็อาจจะต้องพัฒนาเรื่องของ ระยะในการพุ่งเซฟ ให้ดีกว่านี้ ซึ่งเราก็หวังว่าเขาจะทำได้ หากแก้เรื่องเหล่านี้ได้ ทีมจะได้ประโยชน์จากชุดความสามารถของเขาแบบเต็มๆ

เราก็ไม่อยากให้โอนาน่าซ้ำรอยโกลที่ล้มเหลวหรอก อยากให้เขาสร้างเกมการเล่นที่ก้าวไปข้างหน้าของทีมให้ได้ ก็หวังว่าจะแก้ไขเรื่องนี้ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

หวังว่าทุกปัญหาเหล่านี้จะสามารถแก้ไขได้โดยเร็วที่สุด ตอนนี้สำหรับแมนยูเรื่องเกมรับมาเป็นอันดับหนึ่งเลย เราในฐานะคนดูเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจแล้ว แม้กระทั่งจะเจอกับคู่ต่อสู้ที่อ่อนกว่าแค่ไหนก็ตาม ก็พร้อมจะเสียประตูให้เขาหมด เพราะจริงๆเจอกาลาตาซารายนั่นก็ไม่ได้ดีอะไรไปกว่าเราเลย พูดตรงๆ แต่เพราะเกมรับเรามันย่ำแย่เข้าขั้นเกินโคม่า ถ้าเป็นคนก็คือใกล้ตายจริงๆ เวลาคู่แข่งบุกมาก็แทบจะต้องเตรียมใส่สกอร์ให้ล่วงหน้าแล้วตอนนี้

อีแบบนี้แหละเรียกว่าปัญหาจริงๆ เป็นปัญหาเกมรับที่หนักที่สุดตั้งแต่เคยดูแมนยูมาสามสิบปีเลย ไม่เคยเห็นเกมรับของปีศาจแดงยุ่ยหนักขนาดนี้มาก่อน และเมื่อพิจารณาแล้วมันเจ๊งบ๊งทุกภาคส่วนจริงๆอย่างที่เขียนมาในบทความนี้ ซึ่งถ้าจะแก้ ก็ต้องแก้ไปพร้อมๆกันทุกจุด

เพราะทุกปัญหามันสัมพันธ์กันหมด

กลางที่ไม่มีคนสกรีนงาน ทำให้แผงหลังต้องโดนโจมตีโดยตรงบ่อยขึ้น > กองหลังที่เกมรับไม่ค่อยดีเพราะคุณภาพผู้เล่นไม่พอ ตัวดีๆก็เจ็บไปหมด เมื่อโดนโจมตีบ่อยๆ ภาระก็ตกไปอยู่ที่ผู้รักษาประตูเยอะกว่าเดิม > ผู้รักษาประตูโดนโจมตีหนักๆก็ช่วยอะไรไม่ได้ เมื่อทีมย่ำแย่ก็กดดันมากขึ้นเรื่อยๆ 

ดังนั้นมันจึงเป็นปัญหาด่วนที่ต้องแก้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่มีเวลาให้รอแล้ว เพราะตราบใดที่ยังแก้ไม่ได้ ทีมก็จะแพ้ไปทุกนัดแบบนี้แหละ ซึ่งมันเกินกว่าที่แฟนบอลจะรับได้จริงๆ มันไม่ใช่ว่าเราจะเลิกเชียร์หรอก แต่สถานการณ์ทีมจะหนักมากยิ่งขึ้นไปอีก ปัญหามันจึงต้องรีบเคลียร์ให้ได้ อุตส่าห์ทำให้ทีมครองบอลเซ็ตเกมกันดีขึ้นแล้ว อุตส่าห์ซื้อกองหน้าคมๆเข้ามาเติมทีมแล้ว แต่ทำดีแค่ไหน สุดท้ายเกมรับพร้อมเสียประตูทุกจังหวะแบบนี้ เล่นดียังไงก็แพ้

ความสำเร็จทุกอย่างเริ่มต้นจากเกมรับ ถ้าขันเกมรับให้แน่น เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

#BELIEVE

-ศาลาผี-


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด