:::     :::

"ผมไม่เคยเล่นกองหน้านะครับ" Scott McTominay

วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2566 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
2,401
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เรื่องราวสถิติตัวเลขต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่จะทำให้เห็นว่าเขามีสถิติเป็นยังไง และคำยืนยันที่ออกจากปากเจ้าตัวเองเลยว่า "ตูไม่เคยเป็นกองหน้าเฟ้ย!!!"

หลังจากการลงมาเป็นซูเปอร์ซับยิงสองประตูรวดในช่วงทดเจ็บให้แมนยูชนะเบรนท์ฟอร์ด 2-1 ไปด้วยสไตล์แมนยูแบบจ๋าๆ แม็คโทมิเนย์ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากอีกครั้งถึงประเด็นการใช้งานเขาเป็น "กองหน้า" ให้ทีม หลังจากที่ตอนนี้เป็นดาวยิงทีมชาติสกอตแลนด์ที่เขายิงไปแล้ว 6 ประตู จากเกมทีมชาติ 5 นัดในยูโร 2024 รอบคัดเลือก

ทั้งหมด 12 ประตูที่สกอตแลนด์ทำได้ เป็นของน้องแม็คไปคนเดียว 6 ลูก เกมกับสเปนนัดที่เพิ่งจบไปด้วยการที่สกอตแลนด์แพ้สเปน 2-0 ถ้าลูกฟรีคิกที่ยิงเข้าไปไม่มีเพื่อนไปฟาล์วผู้รักษาประตูสเปน ก็คงเพิ่มสถิติอีกหนึ่งลูกไปแล้ว

หลายๆคนก็อาจจะได้เห็นคลิปวิดีโอที่ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ยิงประตูสมัยอะคาเดมี่ และสวมเสื้อหมายเลข 9 แบบกองหน้าแท้ๆ ประเด็นเหล่านี้ถูกหยิกยกมาพูดคุยกันอีกครั้งว่าเราจะใช้งานเขาเป็นหน้าคู่กับฮอยลุนด์ไปเลยดีไหม (ในจินตนาการของแฟนบอลบางส่วน) ซึ่งเรื่องราวการเป็นกองหน้าสมัยตอนอยู่ทีมเยาวชนของแม็คโทมิเนย์ ก็มักจะถูกนำไปพูดถึงอยู่บ่อยๆเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตาม จากการให้สัมภาษณ์ของเขากับคอลัมน์ใหม่ของทางสโมสรอย่างคอนเทนต์ "Life in Numbers" (ชีวิตกับตัวเลข) ที่นักเตะของเราจะมาพูดคุยกันตรงนี้ แม็คโทมิเนย์ได้ออกมาแก้ข่าวที่ "เข้าใจผิด" ตรงนี้ให้ชัดเจน ในเรื่องที่ว่าเขาเป็นกองหน้าสมัยตอนเป็นนักเตะเยาวชนของทีม โดยน้องแม็คเล่าถึงสัญชาตญาณดาวยิงในกรอบเขตโทษของเขาเอาไว้ดังนี้

"มันต้องพยายามตื่นตัวในกรอบอยู่เสมอ ต้องไวกับมัน อย่าอยู่กับที่ มันคือกุญแจสำคัญ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามถ้ามันมีโอกาสที่จะพังประตูเกิดขึ้นมา คุณต้องทำมันให้ได้ ผมจะคิดแบบนี้เสมอ"

"คนชอบเอาไปพูดกันบ่อยๆว่า ผมเล่นกองหน้ามาสมัยตอนเป็นเด็ก ผมอยากบอกว่า ผมไม่เคยเป็นกองหน้าครับ" (I never played as a striker)

"เอาจริงๆเคยได้ลงแค่สองเกมแค่นั้นตอนสมัยอดีตโค้ชทีมสำรองอย่าง Warren Joyce คุมอยู่ เพราะตอนนั้นทีมไม่มีกองหน้าลงสนาม เรื่องมีแค่นั้นเอง เพราะงั้นเวลาที่ผมยิงประตูได้เมื่อไหร่ คนก็ชอบพูดว่า เขาเคยเป็นกองหน้ามาก่อน จริงๆเรื่องมันไม่มีอะไรเลย"

"ผมไม่เคยเล่นเป็นกองหน้านะครับ!"

"ผมเล่นมาแต่มิดฟิลด์ เป็นตัวหมายเลข8มาตลอด เพราะงั้นมันก็เลยฮาๆนะเวลาที่คุณได้ยินเรื่องที่เค้าคุยกันแบบนั้น"

-สัญชาตญาณดาวยิง-

แม้ตัวของสก็อตต์จะไม่ได้มองว่าตนเองเป็นกองหน้าก็ตาม แต่ฟอร์มการเล่นของเขากับสโมสรและทีมชาติ ก็ชัดเจนว่าเขาเป็นมิดฟิลด์ที่มีเซนส์ของการทำประตูสูงมาก

หลังจากจบเกมที่ผ่านมาซึ่งเขาลงสนามในนาทีที่ 87 และเบิ้ลคนเดียวสองลูกรวดในช่วงทดเวลาเจ็บล้วนๆจากการที่โดนนำ 0-1 มาตลอดทั้งเกม แม็คโทมิเนย์ได้ให้สัมภาษณ์กับ MUTV เอาไว้ดังนี้

"แผนในการลงสนามของผมคือลงไปยิง เราต้องลงไปเปลี่ยนเกมให้ได้ และผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่ชัดๆตรงๆว่า ลงไปลุยเลย แสดงตัวตนออกมาให้คนเห็น"

"ผมได้คุยกับดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และก็มิทเชล(ฟานเดอคาก) รวมถึงเหล่าโค้ช นี่คือสิ่งที่พวกเขาพูดเสมอก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้รับโอกาส ลงไปแสดงตัวตนให้คนได้เห็นซะ นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามทำให้ตอนฝึกซ้อม และแสดงให้ผู้จัดการเห็นว่าผมมีความสามารถที่ทำได้ในช่วงเวลาแบบนั้น ซึ่งมันจะใช้งานได้ต่อไปอีกยาวๆถ้าเราร่วมใจกันเป็นทีม และแสดงประสิทธิภาพในระดับที่พวกเรารู้ว่าเราสามารถทำได้"

ในบทสัมภาษณ์ Life in Numbers ครั้งนี้จะได้เห็นว่ามีตัวเลขอะไรที่สำคัญกับแม็คโทมิเนย์บ้าง ไม่ว่าจะเป็นประตูแรกในชีวิต การลงสนามให้ทีมชาติ ฯลฯ เราจะได้เห็นและรู้จักสก็อตต์ แม็คโทมิเนย์มากยิ่งขึ้นผ่านตัวเลขต่างๆเหล่านี้

มีเลขอะไรบ้างไปดูกัน

20 : อายุของสก็อตต์ตอนได้ลงสนามเดบิวต์เป็นครั้งแรก

เขาได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตอนอายุ 20 ปี ในเกมที่บุกไปเยือนอาร์เซนอลที่สนามเอมิเรตส์สเตเดี้ยม สก็อตต์ย้อนเหล่าให้ฟังถึงวันแรกดังกล่าวที่มีความรู้สึกมากมายระคนปนเปกัน ในวันที่จบลงด้วยชัยชนะของปืนใหญ่เจ้าบ้านไป 2-0

"ชัดสุดเลยก็คือวันนั้นแพ้ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ทุกๆคนก็ตื่นเต้น มีภาพถ่ายที่ดีของผมกับโจเซ่ มูรินโญ่ในตอนนั้น ผมชอบรูปนั้นมาก บ้านปู่ย่าติดรูปนั้นไว้เพียบเลย มันเป็นอะไรที่ผมจะไม่มีวันลืม"

"ต่อมาหลังจากวันนั้น รุ่งขึ้นผมก็ไปเล่นให้ทีมชุด U-23s เจอกับปืนใหญ่เหมือนกัน ลงไปด้วยความพร้อมลุยและปลดเปลื้องพันธนาการออก คิดในใจว่าเอาเลย ไปแสดงให้เห็นว่าเราเล่นในทีมได้ แสดงให้เห็นว่าเราจะเติมเข้าไปในกรอบเขตโทษและยิงได้ ให้คนเห็นว่าเรามีอะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่มี นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะพิสูจน์ตัวเองให้ได้เห็น"

"นอกจากเรื่องพวกนี้ก็คือ ทุกๆคนเบื้องหลังล้วนตื่นเต้นมากๆ ทุกคนดีใจที่ผมได้เดบิวต์ ประมาณนั้น แต่ผมไม่ได้ตื่นเต้น แค่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว แค่นั้น"

39 : เบอร์เสื้อในร่างปีศาจแดง

นับตั้งแต่เดบิวต์ มิดฟิลด์รายนี้ใส่เบอร์ 39 มาตลอด สก็อตต์เล่าให้ฟังถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเบอร์เอาไว้ดังนี้

"ไม่มีอะไรเลย มันเป็นความบังเอิญเฉยๆ ผมได้เบอร์นี้มา ก็แค่นั้น แต่ตอนนี้ผมมองเห็นเลข 39 ไปทุกที่เลย เวลาผมขึ้นรถมันก็เป็นนาทีที่ 39 ตลอดเลย และผมก็ไม่เคยเปลี่ยนเบอร์ มันแปลกมาก ครอบครัวผมเพื่อนผมเจอตัวเลขนี้ตลอดเวลาเลย"

"มันอาจจะเป็นเหตุบังเอิญจริงๆนั่นแหละ แต่มันก็แปลกนะ ผมเลยไม่เปลี่ยนเบอร์นั้น"

43 : ตัวเลขที่ลงสนามให้สกอตแลนด์

แม็คโทมิเนย์เป็นตัวเล่นสำคัญในทีมชาติของเขา เป็นหัวใจสำคัญของทีมที่ทำให้เริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่งมากในเกมยูโร 2024 รอบคัดเลือก เขาถูกถามว่าความทรงจำที่ชอบในตอนลงเล่นให้สกอตแลนด์ของเขาคืออะไร

"ทุกอย่างเลย พูดตรงๆ ผมไม่เคยชอบมองย้อนกลับหลัง ไม่ชอบจำเรื่องไม่ดีๆ มันช่วยให้เราใช้พิจารณาว่าอะไรทำได้ดี อะไรไม่เวิร์ค และเงยหน้ายอมรับมัน ไม่ว่าจะเจอพายุร้ายอย่างไร มันจะเป็นรอยยิ้มในตอนสุดท้ายเสมอ ถ้าแพ้ก็อาจจะรอรอยยิ้มหลังจากนั้นนิดนึง"

"เมื่อถึงเวลาที่จบเส้นทางอาชีพนักฟุตบอล คุณจะไม่ได้นึกย้อนมาเป็นเกมๆเกมนั้นเกมอะไร เวลานึกย้อนมามันจะเห็นแต่ความประสบการณ์ล้วนๆ มันดีหมดทุกอย่าง และถ้าผมมีลูก ผมก็สามารถเล่าให้ลูกฟังได้"

"เมื่อถึงเกมถัดไป แม้จะแย่ๆมา แต่สุดท้ายคุณได้ลง และยิงได้สองลูก มันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับสก็อตแลนด์เหมือนกัน"

28 : จำนวนประตูที่ยิงให้ยูไนเต็ดกับสกอตแลนด์

21 ประตูกับปีศาจแดง + 7 ประตูกับทีมชาติสกอตแลนด์

ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้แม็คโทมิเนย์เหล่าถึงประตูแรกให้ปีศาจแดงในปี 2019 และเขายังอยากยิงต่อไปอีกเรื่อยๆ

"จำได้ มันเป็นเกมเยือนวูล์ฟ ความรู้สึกปนเปกันเหมือนเดิม เราได้เห็นกันมามากมายในเกมฟุตบอล เวลาที่มีคนยิงประตูได้และพวกเขาเหล่านั้นคิดว่าทำได้ดี จริงๆอาจไม่ได้เป็นแบบที่เขาคิดก็ได้"

"แต่ในคืนนั้นผมทำทุกอย่างได้ถูกต้อง ผมเล่นดีและยิงได้ มันสำคัญเสมอเวลายิงลูกแรกได้ เพราะเวลายิงลูกแรกได้มันก็เหมือนเป็นการจุดชนวน ลูกอื่นๆก็จะตามมา ผมทำได้ ผมรู้ ผมยิงดี ได้ทั้งเท้าซ้ายเท้าขวา ซึ่งการที่จะลงไปพยายามทำให้ได้บ่อยๆยิ่งขึ้น บางทีมันก็เหมือนการกดดันตัวเองตลอดเวลา อย่างในมุมคิดที่ว่า พยายามเข้าไปในเขตโทษ, ยิงให้ดุดัน ถล่มประตูให้ได้ พยายามให้เหมือนว่าคุณรู้อยู่แล้วว่าทำได้ นี่จะเป็นแรงกระตุ้นที่ดีกว่าอะไร"

2000 : ยิงประตูที่ 2000 ของยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีก

ในเกมชนะนอริชซิตี้ เจ้าของเบอร์ 39 รายนี้ยิงประตูได้ด้วยที่สนาม Carrow Road ในปี 2019 ซึ่งก็เป็นลูกที่ 2000 สำหรับสโมสร

"ผมคิดว่ามันเป็นประตูที่ค่อนข้างสำคัญมากสำหรับเรา ในจุดที่เป็นอยู่ตอนนั้น ผมแค่พยายามตื่นตัวในกรอบเขตโทษ, ต้องเคลื่อนที่ให้เร็ว ไม่เหม่อ มีโอกาสก็ต้องทำให้ได้ ผมจะคิดอย่างนี้เสมอ"

"คนเอาไปพูดกันบ่อยๆว่าผมเป็นกองหน้าตอนเด็กๆ ผมไม่เคยเล่นกองหน้า มีแค่สองเกมกับ วอร์เรน จอยซ์ เท่านั้น ตอนนั้นไม่มีกองหน้าอยู่ และผมยิงได้ คนก็พูดว่าผมเคยเป็นกองหน้าทั้งๆที่ไม่เคยไปเล่นกองหน้า ผมอยู่กลางตลอด หมายเลข8"

"ประตูนั้นเป็นประตูที่ดีนะ มันสำคัญด้วย เป็นลูกที่ 2000 ในพรีเมียร์ลีกของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็ยิ่งพิเศษขึ้นอย่างมาก"

26 : อายุปัจจุบันของสก็อตต์

ชายหนุ่มเด็กปั้นสโมสรรายนี้เล่าให้ฟังถึงการเจริญเติบโตขึ้นมา และพัฒนาการกับที่แห่งนี้ 

"ผมรู้สึกว่าเหมือนผมเพิ่งจะ 22 อันนี้เรื่องจริงนะ ในทางเทคนิคมันเป็นการมองบนวิธีการที่ถูกต้อง ผมไม่ได้ลงเล่น รอจนกระทั่งถึง 19,20 และผมยังไม่โตเลยจนกว่าจะ 18,19 เพื่อนบางคนโตและพัฒนาเต็มตัวตั้งแต่ 13 14 แล้ว และพวกเขาก็เข้าสู่กระบวนการมาเป็นสิบปีแล้ว"

"ขณะที่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ตอนนี้ผม 26 แล้ว มันเลยแตกต่างกัน ตราบใดที่ดูแลตัวเองได้ดี ผมก็สดชื่น และยังรู้สึกเป็นหนุ่มพร้อมลุยอยู่เลย ผมอยากได้โอกาสแสดงฝีมือ"

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของตัวเลขต่างๆที่เกี่ยวกับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ว่าเขามีเลขอะไรที่สัมพันธ์กับชะตาชีวิตของเขาบ้าง และที่สำคัญคือ เจ้าตัวยืนยันจากปากตัวเองว่า ไม่เคยเล่นกองหน้าจริงๆ มีแค่สองนัดที่ทีมขาดกองหน้า และเขาทำประตูได้ มีแค่นั้นเลย

แม็คโทมิเนย์เป็นนักเตะที่มีจุดเด่นมากๆในการเล่น ถ้านำสกิลเซ็ตของเขาไปใช้งานให้ถูกจุด น้องแม็คคือนักเตะที่อันตรายมากๆคนหนึ่งของคู่ต่อสู้เวลาเจอ ลดทอนจุดอ่อนในการเล่นไม่ให้มันเปิดเผยออกมา เกมแดนกลางไม่โดดเด่นก็ใช้เติมเกมรุกเป็นหลักไปเท่านั้นเอง

ในเมื่อเขาคุมเกมไม่เก่ง ออกบอลไม่ดี ก็อย่าใช้เขารับผิดชอบหน้าที่ตรงกลางมาก ให้คนอื่นทำแทน แล้วใช้ในสถานการณ์ที่ถูกต้องเหมาะสม เหมือนเกมที่แล้วที่เอริค เทน ฮาก ใช้เขาในช่วงสุดท้ายก่อนจะเป่านกหวีดได้อย่างลงตัวที่สุด ซึ่งเหมาะกับการจะเอาแพ้เอาชนะกันด้วยการชิงจังหวะในพื้นที่สุดท้ายอย่างเดียว

พูดง่ายๆว่าสก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ต้องใช้งานให้ถูกนั่นเอง น่าดีใจตรงที่เอริคก็มีคู่มือจริงๆซะด้วย

ถ้าใช้ถูกต้องเหมาะสม เขาก็จะแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาให้เราได้เห็นแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นมิดฟิลด์ตรงกลาง, ถอยลงมาเล่นเซ็นเตอร์ หรือแม้กระทั่งจะส่งลงมายืนกองหน้าในลักษณะ Second Striker ก็ตาม อย่างที่หลายคนอยากได้ แต่ถ้าใช้ไม่ดี จุดอ่อนมันก็จะเผยออกมาอย่างที่เคยเจอ

'คุณค่า' ของแม็คโทมิเนย์ มีอยู่ในตัวเสมอ ขอแค่ใช้ให้ถูกก็พอ

#BELIEVE

-ศาลาผี-

References

https://www.manutd.com/en/news/detail/scott-mctominay-addresses-striker-talk-from-his-time-in-man-utd-academy

https://www.manutd.com/en/news/detail/read-scott-mctominay-life-in-numbers-feature


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด