:::     :::

1 ในเต็งแชมป์ยูโร 2024 "โปรตุเกส"

วันพุธที่ 18 ตุลาคม 2566 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
1,445
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในศึกยูโร2024รอบคัดเลือก ทีมชาติโปรตุเกสฟอร์มร้อนแรงมากๆในการเป็นจ่าฝูงกรุ๊ป J และการันตีตั๋วยูโรได้เรียบร้อยแล้ว นี่คือทีมที่แกร่งทั่วแผ่นอย่างแท้จริง และนี่คือสามเหตุผลสำคัญที่จะทำให้คุณรู้ว่า โปรตุเกสเป็นชาติที่น่าจับตามองมากๆในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปีหน้า

ถ้าจะให้พูดถึงทีมชาติในยุโรปที่ฟอร์มดีที่สุดทีมหนึ่งในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นทีมชาติ "โปรตุเกส" ที่ผลงานยอดเยี่ยมและโดดเด่นกว่าทีมอื่นๆ ซึ่งดูเหมือนว่าองค์ประกอบต่างๆค่อนข้างลงตัวมากๆ รวมถึงความเป็น "ทีม" ที่พวกเขามีอยู่ มันผสมกลมกลืนกันเป็นอย่างดี ทำให้โปรตุเกสกลายเป็นตัวเต็งสำหรับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในปีหน้านั่นก็คือ ยูโร 2024 ที่กำลังเตะรอบคัดเลือกกันอยู่ในขณะนี้ที่เป็นช่วงพักเบรคทีมชาติ

ถามว่าโปรตุเกสดีขนาดไหน ก็อยู่ในระดับที่สามารถบอกได้ว่าเป็นหนึ่งใน "เต็งแชมป์" ยูโรครั้งนี้ได้แบบไม่กระดากปาก เพราะทีมพวกเขาดีจริงๆ

ลองมาดูกันว่าทีมฝอยทองมีอะไรน่าสนใจบ้าง และมีจุดแข็งในข้อไหนที่ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งจนเราไม่อาจจะมองข้ามได้ ผ่านข้อสังเกตต่างๆดังต่อไปนี้

1. โปรตุเกส "แกร่งทั่วแผ่น" ฟูลทุกตำแหน่ง แน่นทุกแอเรีย

ต้องบอกว่า ทั้งแผงหลัง แผงกลาง กองหน้า และทุกๆตำแหน่งในสนาม โปรตุเกสมีขุมกำลังที่แน่นเปรี๊ยะมากๆ มีตัวผู้เล่นที่สลับสับเปลี่ยนกันลงสนามแล้วสามารถทดแทนกันได้

Squad Depth โหดที่สุดทีมหนึ่งในชาติยุโรปช่วงนี้

"ผู้รักษาประตู" ตัวหลักอย่าง Diogo Costa ฝีมือและเครดิตดีอยู่แล้ว ส่วนสำรองก็ยังมีระดับ Jose Sa และมือเก๋าอย่าง Rui Patricio รอแสตนด์บายอยู่ตลอดเวลา ใครลงก็ได้ทั้งนั้นสามคนนี้

"แผงหลัง" แบ็คโฟร์ชุดหลักที่เห็นๆก็จะมี Cancelo, Dalot, Ruben Dias และ Goncalo Inacio พวกนี้คือตัวยืนหลัก แต่สำรองก็ยังมีตัวเล่นอีกเพียบที่จะลงสนามมาแทน ทั้ง Nelson Semedo, ดาวรุ่งอนาคตไกลอย่าง Antonio Silva ที่ขึ้นมาเล่นคู่ดิอาสได้แล้ว แถมยังมีตัวเก๋าๆแบบ Raphael Guerreiro อีก พวกเขาได้ตัวยืนหมดแล้ว ที่เหลือแค่สลับสับเปลี่ยนกันลงสนามเท่านั้น ยังไม่รวม Danilo Pereira ที่เป็นมิดฟิลด์กึ่งกองหลัง(Half-back) ที่ถอยมายืนเซ็นเตอร์ซะส่วนใหญ่อีกหนึ่งคน

"กองกลาง" โปรตุเกสชุดนี้กลางแน่นมาก และมีตัวคล่องๆจี๊ดๆ ทักษะดีเน้นๆ ไล่ตั้งแต่ตัวคุมเกมหลักๆในช่วงนี้อย่าง Otavio ที่เล่นได้ทั้งกลางและแนวรุก, Vitinha ตัวคุมจังหวะสายคล่องจัดๆ, Ruben Neves ที่ยังเก๋าอยู่

Joao Neves, Joao Palinha ที่แฟนบอลพรีเมียร์รู้จักกันดี และแน่นอนว่า Bernado Silva กับ Bruno Fernandes คือสองตัวหลักที่เล่นได้ทั้งตัวรุกและมิดฟิลด์ เป็นสองคนสำคัญที่คลาสการทำเกมสูงมากๆ

"แนวรุก" แทบจะเหยียบกันตาย บอกเลยว่าตัวรุกโปรตุเกสโหดเหมือนโกรธฟีฟ่า แย่งกันลงสนามแบบ ใครลงก็ได้แทบไม่ต่างกันเลย ไล่ตั้งแต่กองหน้าในตำนานที่ยังคงตำต่อไปอีกนานไม่มีทีท่าว่าพี่เค้าจะเลิกอย่าง "Cristiano Ronaldo" ที่ก็เล่นได้ทั้งหน้าเป้าตรงกลาง และกองหน้าด้านข้างซ้ายขวาได้หมด

Rafael Leao ปีกซ้าย Inside Forward ของเอซีมิลาน ที่เล่นแบบ "ข้ามาคนเดียว" เล่นบอลชายเดี่ยวด้วยตำแหน่ง LW ที่ยืน Isolate อยู่ทางซ้าย ไม่ต้องอาศัยคนคอมโบ ไม่ต้องอาศัยแบ็คเติม เลเอาสามารถลากเลื้อยทำเกมคนเดียวได้สบายๆ เป็นความสามารถเฉพาะตัวที่แตกต่างซึ่งทีมชาติโปรตุเกสใช้งานเขาในด้านเกมเร็วแน่นอน

Goncalo Ramos กองหน้าจอมถล่มประตูที่คมน้องๆพี่โด้ การยิงของรามอสเฉียบขาดและดุดันมากๆ คนนี้คือสามารถเล่นแทนโด้ได้สบายๆแบบไร้รอยต่อ พี่โด้ไม่อยู่รามอสก็แบกต่อได้สบายๆ, Joao Felix ที่ฟอร์มโหดสุดๆในช่วงนี้ เล่นได้ทั้ง AM และกองหน้าแบบ False Nine

ตัวรุกทำเกมเก่งๆอย่าง Diogo Jota, Pedro Neto คือสองนักเตะที่แฟนบอลพรีเมียร์ลีกรู้ดีอยู่แล้วว่าฟอร์มดีขนาดไหน ก็อยู่ในทีมชาติโปรตุเกสชุดนี้

ทั้งหมดนี้ที่เอ่ยชื่อมา ผู้อ่านจะเห็นเลยว่า ทีมชาติโปรตุเกสมีแต่นักเตะระดับท็อปๆของวงการฟุตบอลอยู่กันครบตั้งแต่หลัง กลาง หน้า ยันผู้รักษาประตู แทบจะเหยียบกันตาย ใครลงสนามก็ได้ทั้งนั้นทีมไม่มีเป๋

ความแน่นตรงนี้แหละคือจุดได้เปรียบที่ทำให้ขุมกำลังพวกเขามีตัวเลือกเยอะ การขาดหายไปของใครสักคนไม่เป็นปัญหาสำหรับผู้จัดการทีมอย่าง Roberto Martinez เลยแม้แต่น้อย

กองหลังก็แข็ง กองกลางก็คล่อง กองหน้าก็คม แน่นทุกแอเรีย แกร่งทุกตำแหน่งทั้ง 11 คนในสนามจริงๆ

2. ทีมชุดนี้สร้างมานานอย่างต่อเนื่อง และมีครบทุกช่วงอายุ

จุดนี้น่าสนใจมากกว่าเรื่องความน่ากลัวของนักเตะในแต่ละตำแหน่งเสียอีก เนื่องจากว่าโปรตุเกสชุดนี้เป็นชุดที่เล่นร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง นักเตะหลายๆคนคือผู้เล่นที่อยู่ในชุดแชมป์ยูโร 2016 โดยเฉพาะ CR7, Pepe (ที่บางครั้งก็ยังมาติดทีมชาติอยู่), Rui Patricio, Danilo Pereira และ Raphael Guerreiro ตัวพวกนี้คือมีชื่อเป็นตัวจริงตัวสำรองของทีมทั้งหมด

นักเตะที่สร้างต่อมาเรื่อยๆหลังจากคว้าแชมป์ยุโรปแล้ว ก็มีพวก Bruno Fernandes, Ruben Neves, Joao Cancelo, Ruben Dias, Bernado Silva พวกนี้ก็ขึ้นมาต่อทันทีจากชุดแชมป์ปีนั้น เป็นนักเตะที่เป็นแกนหลักของโปรตุเกสชุดนี้ล้วนๆ ไม่ได้เพิ่งจะมาฟอร์มดีกันช่วงนี้

เพราะฉะนั้นแล้ว โปรตุเกสชุดนี้จึงมีรากฐานที่สร้างกันมานานมากๆ และไม่ได้มีการผลัดใบแบบทันทีทันใด แต่ค่อยๆเติมผู้เล่นใหม่ๆมาเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งชุดหลังสุดที่มีพวก Goncalo Ramos, Rafael Leao, Vitinha, Otavio พวกนี้ขึ้นมา ทำให้ทีมชาติโปรตุเกสไม่มี Generation Gap เกิดขึ้นซึ่งเป็นปัญหาเรื่องบริบทของช่วงเวลาการทำทีมในยุคปัจจุบัน พวกเขา "ไม่ขาด" ผู้เล่นหนุ่มๆ สดๆ ที่มีความกระหาย และมีสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์พร้อมวิ่งไล่บี้คู่แข่งตลอด 90 นาที

ประสบการณ์ของตัวเก๋า / ท็อปฟอร์มในช่วงพีค / สดฟิตเปรี๊ยะแบบหนุ่มๆ ทีมชาติโปรตุเกสมีสิ่งเหล่านี้ครบถ้วนไม่ขาดอะไรเลย องค์ประกอบทีมแน่นอนมากๆ ไม่มีคำว่า "มิติที่ขาดหายไป" ในทีมฝอยทองชุดนี้ 

และเมื่อมันพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ที่ เฟอร์นันโด ซานโต๊ส คุมทีมอยู่ มาจนถึงโรเบอร์โต้ มาร์ติเนซ ความเป็นทีมของทีมนี้จึงสูงมากๆ เราจะเห็นได้เลยว่าทีมชาติโปรตุเกสมีบรรยากาศเหมือนเป็นครอบครัวมากที่สุดอีกหนึ่งทีม ยิ่งพวกเขาเป็นชาติที่มีความภูมิใจในตัวเองสูง สิ่งนี้จึงเป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบ "ทีม" ที่ดีมากๆ

ไม่ใช่แค่ทีมที่มีไว้รวบรวมนักเตะจากที่ต่างๆมาเล่นด้วยกันเฉพาะช่วงเบรคทีมชาติ แต่พวกเขาเป็นครอบครัวกันจริงๆ

3. "จูนทีมติดแล้ว" ฟอร์มการเล่นลงตัวและมีประสิทธิภาพมาก

ข้อนี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากๆของโปรตุเกส คือพวกเขาจูนทีมกันติดแล้ว ในขณะนี้เป็นทีมที่เรียกได้ว่า พร้อมลงแข่ง ยูโร2024 พรุ่งนี้เลยก็ยังได้ เพราะทีมถูกสร้างขึ้นมาเป็นทีมพร้อมแล้ว ฟอร์มการเล่น ทีมเวิร์ค ประสิทธิภาพและระบบ แผนการเล่นจากผู้จัดการทีมในการดึงศักยภาพนักเตะ ทุกอย่างมีหมด

ถ้าพูดถึงฟอร์มในตอนนี้ โปรตุเกสคือทีมที่โหดที่สุดในยุโรป วัดจากผลของการแข่งขันยูโร2024รอบคัดเลือก ที่ดำเนินมาถึงช่วงใกล้โค้งสุดท้าย ตอนนี้โปรตุเกสการันตีตั๋วยูโรไปแล้วเรียบร้อย เข้ารอบเป็นทีมแรกๆ ด้วยผลงานสุดอลังการในกลุ่ม J พวกเขาแข่ง 8 นัด "ชนะ 8 นัดรวด" ไม่มีสะดุดแม้แต่เกมเดียว

ที่สำคัญ โปรตุเกสระเบิดตาข่ายไปแล้ว "32 ตุง" เยอะที่สุดในรอบคัดเลือกนี้ ขณะที่ทีมชาติอื่นที่ยิงได้เยอะที่สุดเป็นอันดับสองร่วม อย่าง อังกฤษ กับ สเปน พวกเขายิงกันได้แค่ 19 ประตูเท่านั้น มีโปรตุเกสทีมเดียวที่ยิงเยอะโดดขึ้นไปแบบไม่มีทีมอื่นใกล้เลย แถมในเกมรับโปรตุเกสก็ยังเสียประตูไปแค่ "2 ลูก" เท่านั้น

โปรตุเกสเองก็คงอยากจะให้ยูโร 2024 เริ่มซะวันนี้พรุ่งนี้เหมือนกัน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นคงหาใครหยุดพวกเขายากมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งทีมระดับท็อปอื่นๆอย่างฝรั่งเศส เยอรมัน หรือ อังกฤษ

ต้องชม โรเบอร์โต้ มาร์ติเนซ เป็นผู้จัดการทีมที่ค่อนข้างยืดหยุ่น สังเกตได้เลยว่าเขาเข้ามาแล้วค่อนข้างที่จะให้อิสระนักเตะได้เล่นในอย่างที่นักเตะคนนั้นๆควรจะเป็น

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือคำตอบที่เห็นชัดสุด แม้ว่าพี่โด้จะอยู่ในสถานะ "เทพเจ้า" ของคนโปรตุเกสไปแล้วก็จริง แต่มาร์ติเนซใช้งานโด้ได้เหมาะสมมากๆ ให้เขารับผิดชอบงานแค่ในเกมรุก ไม่ต้องฝืนหรือมีมุมมองว่าโด้จะต้องใช้พลังไปกับเกมรับ หรือการไล่บอล เขาแค่เลือกจุดเด่นในการยิงจบสกอร์ของโด้มาใช้งานอย่างเหมาะสมตามอายุ อันนี้ถือว่าดีมาก

ราฟาเอล เลเอา ถูกใช้เป็น Lone 11 เล่นแบบ Isolation บุกเดี่ยวทางซ้ายคนเดียว ตามสไตล์ของเขาที่เล่นกับมิลานก็ลากบอลเลี้ยงจี้ในลักษณะนี้เหมือนกัน และเลเอามี Physical ที่ดีมากพอจะสามารถเก็บบอลคนเดียวได้อย่างแข็งแกร่ง มาร์ติเนซก็ใช้เลเอาได้อย่างถูกจุด

บรูโน่ กับ แบร์นาโด้ คือสองผู้เล่นมิดฟิลด์ตัวรุกของทีมที่มีอิสระและความยืดหยุ่นสูง ถูกใช้งานอยู่ด้านหลังฟร้อนท์ทรีของทีม และปั้นเกมกันอย่างสนุกสนาน แอสซิสต์กันเป็นกอบเป็นกำ โดยมีตัวเชื่อมอีกหนึ่งคนอย่าง เฟลิกซ์ ที่เล่นด้านหลังกองหน้าก็ได้ หรือจะขึ้นไปยิงจบสกอร์เอง ยามที่บรูโน่ถูกใช้งานเล่นเยื้องฝั่งขวา ไม่ว่าจะเป็น RW หรือ RCM ก็ตาม บรูโน่ทำผลงานได้ดีตลอดทั้งประตูและแอสซิสต์ มาร์ติเนซนี่แหละที่เป็นคนใช้งานบรูโน่จนฟอร์มโหดอยู่ในขณะนี้

โดยรวมแล้วก็ต้องบอกว่า ทีมชาติโปรตุเกสดูจะเป็นทีมที่ไม่มีจุดอ่อนใดๆเลย ขวัญกำลังใจ และ "ความมั่นใจ" ของพวกเขาดีมากๆ สังเกตได้จากภาษากายในสนาม จากผลงานที่เกมการเล่นมันจูนกันติดแล้ว และเล่นกันอย่างเป็นระบบ ดึงความสามารถของกันและกันออกมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

การถลุงคู่แข่งเกมละ 4-5 ลูกเป็นเรื่องธรรมดาของโปรตุเกสชุดนี้ นั่นคือจุดที่บ่งบอกว่า เมื่อความเป็นทีมมันเข้ากันอย่างลงตัวแบบนี้ พวกเขาก็พร้อมที่จะเจอคู่แข่งไม่ว่ารายไหน การที่ทีมมันปรับเข้ากันได้อย่างดี มันคือความสำเร็จในแง่ของการ "เตรียมทีม" ให้พร้อมก่อนที่จะต้องเจอกับเวทีจริงในปีหน้า

นอกจากสามข้อหลักๆที่กล่าวมาแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกทีน่าสนใจ เช่นเรื่องของนักเตะประเภทตัวตัดสินเกม (Match Winner) ที่เป็นตัวพิเศษอย่าง CR7 ที่พร้อมจะทำสิ่งไม่คาดฝันได้ตลอดเวลา, เรื่องของการที่นักเตะตัวหลักๆหลายคนอายุเข้าสู่ช่วงพีคจัดๆอย่างบรูโน่(29) แบร์นาโด้(29) ดิอาส(26) มันเป็นช่วงอายุที่ moment นี้พวกเขามีโอกาสคว้าโทรฟี่มากๆ จะไปลุ้นฟุตบอลโลกตัวพวกนี้บางคนก็อาจจะดรอปลงไปบ้างนิดหน่อยแล้ว ถ้วยที่น่าลุ้นที่สุดก็ยูโร2024นี่แหละ

จริงอยู่ว่าทีมอื่นก็มีมือมีเท้าไม่ต่างกัน ใช่ว่าเราจะมาอวยโปรตุเกสว่าแชมป์แน่ๆ แต่มันก็เห็นกันชัดเจนจริงๆว่าพวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง และน่ากลัวมากๆอีกทีมหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้ บางทีเราจะสามารถมองเห็นทีมแชมป์ได้จากไกลๆเลย เวลาที่มีทีมๆหนึ่งฟอร์มดีมาตั้งแต่ต้น 

โปรตุเกสจะเป็นแบบนั้นหรือเปล่า ไม่มีใครรู้ ฟุตบอลมันไม่แน่นอนอะไรก็เกิดขึ้นได้ อาจจะมีม้ามืดอย่างเช่นสกอตแลนด์ ขึ้นมาเหมือนปีกรีซก็ได้ใครจะรู้ แต่ที่ชัวร์เลยก็คือทีมชาติโปรตุเกสชุดนี้เล่นบอลสนุก และมีประสิทธิภาพจริงๆ เราถึงได้รู้สึกว่าถ้าจะมีทีมไหนสักทีมที่น่าหยิบมาพูดถึงแนวโน้มว่าจะมีโอกาสคว้าแชมป์ยูโร 2024 ในปีหน้า

วินาทีนี้ ทีมฝอยทองมาแรงที่สุดจริงๆครับ

-ศาลาผี-


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด