:::     :::

จุดประกายหนีโซนแดง

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายน 2566 คอลัมน์ ฟุตบอลข้างถนน โดย โกสุ่ย
422
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หนึ่งในทีมที่ทำผลงานน่าผิดหวังในซีซั่นนี้คงหนีไม่พ้น โอลิมปิก ลียง ซึ่งกำลังจมบ๊วยในตารางคะแนน ลีก เอิง และกลายเป็นหัวข้อสนทนาของแฟนบอลแดนน้ำหอมมานานหลายเดือน

คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาคือ 'เกิดอะไรกับ โอแอล?' นั่นเป็นสิ่งที่แฟนบอลมากมายใคร่รู้และอยากได้คำตอบจากเจ้าของหรือทีมบริหารชุดใหญ่อย่างมาก

แม้สโมสรจะเดินหน้าเสริมทีมให้ โลร็องต์ บล็องก์ (เทรนเนอร์ในเวลานั้น) แต่กลับมีคลื่นใต้น้ำที่รอกระเพื่อมเล่นงาน โอลิมปิก ลียง อย่างเงียบๆ 

ไม่แปลกที่ผลประเมินของสื่อฝรั่งเศสก่อนเปิดฤดูกาลคาดหมายว่าซีซั่นนี้ โอแอล จะเจอความยากลำบากอย่างแน่นอน ส่วนหนึ่งมาจากขุมกำลังที่ไม่ได้พัฒนาขึ้น แม้มีการเสริมทีมหลายจุด แต่กลับโดนวิจารณ์และหลายคนที่ยังเป็นแค่อนาคตไม่ใช่คนที่จะเข้ามาช่วยยกระดับทีมได้ในทันที

สิ่งเหล่านั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจนจากผลงานในสนาม โอแอล เริ่มต้นซีซั่นใหม่อย่างทุลักทุเลแพ้ 3 จาก 4 เกมแรกจนเก้าอี้ บล็องก์ สั้นคลอน ถึงตอนนั้นสื่อคาดการณ์ว่าอดีตเทรนเนอร์ทีมชาติฝรั่งเศสน่าจะได้โอกาสแก้มือต่อไป แต่ชะตาของกุนซือวัย 57 ปีจบลงหลังเกมแพ้ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ยับเยิน 1-4 

สถานการณ์ ณ ตอนนั้นมาคุไปทั่ว กรูปาม่า สเตเดียม บรรดาแฟนบลไม่พอใจกับผลงานที่ได้เห็นและพุ่งตรงไปยังนักเตะที่ต้องยืนฟังตัวแทนกองเชียร์สาดคำพูดที่บ่งบอกความในใจของทุกคนให้รับทราบ

หลายคนที่ติดตามบอลฝรั่งเศศคงได้เห็นภาพ (หรือวิดีโอ) นั้น ที่แฟนบอลถือไมโครโฟนขึ้นมาบอกกับนักเตะ โอแอล พร้อมร่ายความในใจสารพัด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการทำผลงานเพื่อสโมสรที่ไม่ได้สะท้อนออกมาจากนักเตะกลุ่มนี้

ท่ามกลางเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น บางคนมองว่าสิ่งที่แฟนบอลทำอาจเป็นตัวจุดประกายให้นักเตะ ลียง กลับมาทำผลงานที่ดี ซึ่งหลังจากนั้นสโมสรตัดสินใจดึงตัว ฟาบิโอ กรอสโซ่ มาทำหน้าที่กุนซือรายใหม่





แต่สถานกานการณ์ยังคงย่ำแย่ เพราะดูเหมือนการเปลี่ยนกุนซือไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นทันตา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขุมกำลังที่โดนประเมินตั้งแต่ต้นซีซั่นได้แสดให้เห็นแล้วว่าสื่อแดนน้ำหอม 'พูดถูก'

ถือเป็นงานและภาระอันหนักอึ้งของ กรอสโซ่ ที่เข้ามาแบกทีมและผลักดันให้ โอลิมปิก ลียง กลับมาทำผลงานอย่างที่ควรเป็นอีกครั้ง แต่ทุกอย่างเต็มไปด้วยอุปสรรค ด่านแรกและเป็นด่านสำคัญคือการฟื้นฟูสภาพจิตใจรวมถึงความมั่นใจที่แตกสลายให้กลับมาหรือดีขึ้นกว่าเดิม

ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยความยากลำบากเพราะผลงานไม่ได้เป็นไปตามที่ กรอสโซ่ ต้องการ แถมสิ่งเหล่านั้นยิ่งเพิ่มแรงกดดันภายนอกให้บีบรัดสร้างความตึงเครียดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แพ้ 3 เสมอ 2 นั่นคือสถิติก่อนลงสนามปะทะ แรนส์ ทำให้ กรอสโซ่ ยิ่งโดนกดทับมากกว่าเดิม รวมถึงแฟนบอลที่ไม่ปรานีหรือให้เวลากับ กรอสโซ่ เลย

กุนซือชาวอิตาเลียนลองทุกวิถีทาง แน่นอนว่าการเข้ามาทำงานหลังจากฤดูกาลเริ่มต้นไปแล้วเป็นเรื่องที่ยากและสาหัส แต่ กรอสโซ่ พยายามปรับเปลี่ยนแผนหรือระบบทุกนัด พยายามสรรหาจุดที่ลงตัว กระนั้นดูเหมือนยังไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวัง

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างย่อมมีจุดริ่มต้น ในที่สุด โอลิมปิก ลียง สามารถคว้าชัยชนะนัดแรกในซีซั่นนี้ และมันเกิดขึ้นจากการเยือนทีมแกร่งอย่าง แรนส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ใครจะว่าอะไรก็ช่าง เจ้าบ้านเหลือ 10 ตัวตั้งต้นเกม หรือ ลียง มีโชคเข้าข้าง แต่สำหรับ กรอสโซ่ และนักเตะโอแอล นี่คือชัยชนะสำคัญกับเส้นทางหนีโซนท้ายตารางของพวกเขา

ถือเป็นตัวจุดประกายและเรียกความมั่นใจ แต่สิ่งสำคัญคือการรักษาแนวคิดรวมถึงสมาธิให้คงอยู่ เพราะอย่าลืมว่าหลังจากนี้ ลียง ยังคงมีงานหนักรออยู่ทุกนัด

"พวกเรามีความสุข แต่ก็รู้ว่าการเดินทางยังคงเหลืออีกยาวไกล" กรอสโซ่ ระบุ

"นักเตะเริ่มต้นเกม (ดวล แรนส์) ด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง พวกเราคว้าชัยชนะในเกมที่ยากลำบาก มันเป็นเรื่องสำคัญในการทุ่มเททุกอย่างลงไปและไม่มีเรื่องให้เสียใจ

"เป็นชัยชนะที่ดีแต่การเดินทางยังเหลืออีกยาวไกล และยังคงมีเส้นทางที่ยากลำบาก มันไม่ง่าย แต่รู้สึกดีที่ชนะ พวกเราต้องโฟกัสไปยังเรื่องที่ดีๆ แต่ก็รู้ว่ามีหลายอย่างต้องพัฒนาให้ดีขึ้น พวกเราต้องทำงานกันต่อไปและมีทัศนคติที่ถูกต้อง"

นั่นคืองานต่อจากนี้ของ กรอสโซ่ และนักเตะลียง อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าแต่ละนัดในซีซั่นนี้ล้วนแล้วแต่เป็นศึกที่ยากลำบาก ไม่มีเกมไหนที่ง่ายเลยสำหรับ โอแอล เพราะด้วยขุมกำลังและผลงานโดยรวมเช่นนี้ทำให้แต่ละเกมจะเป็นงานที่สาหัส

ยิ่งกางโปรแกรม 5 เกมต่อจากนี้ของ โอลิมปิก ลียง ออกมาทำเอาเห็นใจแฟนบอล โอแอล ไม่น้อย เพราะต้องปะทะกับทั้ง ลีลล์, ล็องส์, โอลิมปิก มาร์กเซย, ตูลูส และ โมนาโก ซึ่งล้วนแล้วเป็นศึกหนักแบทั้งสิ้น

นั่นคือ 5 เกมสำคัญที่จะชี้วัดว่า ลียง จะสามารถหนีโซนแดงได้หรือไม่ แถมพวกเขาต้องส่งท้ายปี 2023 ในการรับมือ น็องต์ ที่จะเป็นอีกศึกสำคัญไม่ต่างกัน

เส้นทางในซีซั่นนี้ของ โอลิมปิก ลียง จะเต็มไปด้วยความยากลำบากแสนสาหัส นั่นคือสิ่งที่ กรอสโซ่ และนักเตะต้องฝ่าฟันไปให้ได้เพื่อย่างน้อยเอาตัวรอดและค่อยไปเริ่มกันใหม่ในซีซั่นหน้า 



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด