:::     :::

[Player Analysis] ปัญหาว้าวุ่นของวัยรุ่นตัวจบสกอร์

วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2566 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
1,538
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
วิเคราะห์สถิติการเล่นของตัวจบสกอร์ของทีมว่ามีปัญหาที่จุดไหน มากน้อยเพียงใด อยู่ที่ใครบ้าง และเราจะแก้ไขยังไงได้บ้างเพื่อให้ตรงนี้ดีขึ้น ข้อมูลตรงนี้จะเป็นคำตอบของปัญหาได้อย่างดี

แฟนบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดตอนนี้ที่เอาใจช่วยทีมอยู่ก็คงจะทราบกันดีว่า เราอยู่ในสภาวะที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปด้วยจากการที่นักเตะบาดเจ็บไปเยอะมาก ต้องทำไปพร้อมๆกับการทำให้ทีมเก็บผลการแข่งขันที่ดีไปให้ได้ด้วยเพื่อไม่ให้ฤดูกาลมันล้มเหลว

เอริค เทน ฮาก เจอภารกิจยากมาตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาคุมแมนยูไนเต็ด ทั้งปัญหาภายในภายนอก เรื่องที่คอนโทรลได้ เรื่องที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งก็ถือเป็นการวัดกึ๋นของบอสในการรับมือกับการคุมทีมสเกลใหญ่มากๆที่มีความคาดหวังสูงอย่างแมนยูไนเต็ดจริงๆ

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาของทีมในภาคการเล่นช่วงนี้ นั่นก็คือปัญหา "แนวรุกฝืด" ที่ส่งผลกระทบให้ทีมมากๆ ทำให้นักเตะตำแหน่งอื่นๆต้องสลับกันมาช่วยทำสกอร์ให้ทีมอยู่บ่อยๆ ที่เห็นช่วงนี้ก็ แมกไกวร์ แม็คโทมิเนย์ ลินเดอเลิฟ ล้วนๆ กลายเป็นว่าแนวรุกฟร้อนท์ทรีที่ลงสนามแทบไม่ยิงกันเลย เกมล่าสุดก็ทิ้งโอกาสทองกันไปค่อนข้างเยอะ ทำให้เราต้องพิจารณาแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นในจุดนี้

มีสถิติหลายชุดที่ทำให้เห็นว่าแนวรุกแมนยูมีปัญหาจริงๆ ตามนี้

1. เรื่องของโอกาสและความเฉียบคมในการจบสกอร์ จากข้อมูลสถิติเรื่องของ "Big chances"

ในพรีเมียร์ลีกช่วง game week 1 จนถึงล่าสุด game week 12 นักเตะที่ได้รับ Big Chances จากการเล่นของแต่ละทีมลดหลั่นกันไป จากมากสุดไปน้อยสุดตามแผนภาพนี้ จะเห็นเลยว่า ฮาลันด์เป็นนักเตะที่ได้รับโอกาสสำคัญๆเยอะมาก ปริมาณประตูก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ท็อปไฟว์ของนักเตะที่ได้รับ big chances เยอะที่สุดมีดังนี้
เออร์ลิ่ง ฮาลันด์
โอลลี่ วัตกินส์
นิโคลาส แจ็คสัน
โม ซาลาห์
ดาร์วิน นูนเญซ

เราจะเห็นกันชัดว่า ดาวยิงสูงสุดอย่าง ฮาลันด์ มีโอกาสเยอะมากๆ Big chances เกินกว่า 24 ครั้ง++ ขึ้นไปอยู่คนเดียว และแน่นอนว่าจำนวนประตูก็มากตามไปด้วยเช่นกัน (ขณะนี้นำโด่งที่ 13 ประตู) แต่ด้วยโอกาสที่น้อยกว่าเยอะ แต่จบสกอร์ได้ไม่ขี้เหร่เลย โมซาลาห์ถือว่าเป็นอีกคนที่ฟอร์มดีมากๆ ถ้าวัดจากโอกาสสำคัญ / ส่วนคนที่ปีนี้ยิงคมสุดๆ ไม่พลาดโอกาสสำคัญเลยคือ ซน ฮึง-มิน โอกาสสำคัญ 8 ครั้ง เป็น 8 ประตู กราฟแท่งเป็นสีเขียวล้วน โหดมากปีนี้สำหรับอาตี๋ซน

แต่..15 อันดับแรกของนักเตะที่ได้รับ Big Chances สูงสุดในลีกไม่มีนักเตะแมนยูไนเต็ดเลย

และจากทั้งหมดนี้ 40 อันดับแรกของนักเตะในลีกที่ได้ big chances สูงสุด แมนยูมีติดมาแค่สองคนเท่านั้น คือ ฮอยลุนด์ กับ แรชฟอร์ด

แล้วสองคนที่ว่านี้ก็ยังเปลี่ยน big chances ในลีกให้เป็นประตูไม่ได้อีก ปัญหาจึงเกิดขึ้นสองต่อ ก็คือ "ปริมาณของโอกาสสำคัญ" ยังไม่เพียงพอ และเมื่อได้โอกาสแล้วก็ยังขาด "ความเฉียบคม" ที่จะเปลี่ยนเป็นสกอร์ด้วย

การจบสกอร์ของแนวรุกทีมจึงมีปัญหาอย่างที่เห็น

มาดูกันทีละคนว่า ทั้งฮอยลุนด์ กับ แรชฟอร์ด มีปัญหายังไงกันบ้าง

1.1 "ฮอยลุนด์"

สังเกตจากแผนภาพแรกข้างบนสุดนี้ ราสมุส ฮอยลุนด์ เป็นกราฟแท่งสีแดงล้วนอยู่คนเดียว ไม่มีสีเขียวซึ่งเป็นจำนวนการยิงประตูได้เลย (goals) สิ่งที่เกิดขึ้นคือ 8 big chances missed และยังเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้เลยสักลูกเดียว


ส่วนแรชฟอร์ด ก็ประมาณ 7 big chances ยิงได้ไป 1 ประตู ที่เหลืออีก 6 เป็น 6 big chances missed เช่นกัน ก็แทบจะไม่ต่างกัน

แต่ก็จะมีคำถามต่อมาว่า แบบนี้แปลว่าปัญหาคือฮอยลุนด์ไม่คมใช่หรือไม่ ตามสถิติที่บ่งบอกอยู่ (big chances missed 8/8 = เปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้เลย100%)

เรื่องนี้อาจจะต้องดูองค์ประกอบอื่นๆร่วมด้วยว่า การเล่นของเขาสร้างประโยชน์ในเรื่องอื่นได้หรือไม่ และเอาจริงๆฮอยลุนด์ก็ยิงประตูให้ทีมได้ ไม่ใช่สากกะเบือขนาดนั้น เพราะสถิติตรงนี้เป็นของ EPL แต่น้องมันไปยิงใน UCL ซะหมดเลย ตามข้อมูลที่บ่งชี้เอาไว้ชัดเจนดังนี้

จากภาพข้างบนนี้เป็นสถิติการยิงของฮอยลุนด์ในUCL จะเห็นเลยว่าคมมากๆ โอกาสยิงแค่ 10 ครั้ง แต่กดไปแล้ว 5 ประตู Goal per shot อยู่ที่ 0.50 แปลว่า ทุกๆการยิงสองครั้ง ฮอยลุนด์จะทำได้หนึ่งประตู ซึ่งคมมาก ขณะที่การยิงตรงกรอบก็อยู่ที่ 60% (ยิง10ตรงกรอบ6 ทำได้5ประตู) การใช้โอกาสคุ้มค่ามากๆ จังหวะสำคัญแทบจะไม่มีพลาด

ดังนั้นมันไม่ได้เป็นเพราะว่าน้องไม่มีคุณภาพในการยิง (เพราะในบอลยุโรปก็ยังยิงได้) แต่เป็นเรื่องของ "จังหวะ และ โอกาส" ซึ่งต้องมีดวงช่วยด้วยหน่อยนึงให้ทำประตูได้สักทีในลีก

ลองมาดูสถิติในลีกกันดูบ้าง จะเห็นความแตกต่างชัดเจน

โอกาสยิงทั้งหมดในพรีเมียร์ลีก 14 ครั้ง ทำได้ 0 ประตู / shot on target ในพรีเมียร์ลีกเหลือแค่ 28.6% (ยิงเข้ากรอบ 4 ครั้งจาก 14 เท่านั้นเองในลีก เมื่อเทียบกับในUCL 60% ยิง 10 เข้ากรอบ 6)

กลายเป็นว่าดูเหมือนเขาจะเป็นกองหน้าสากกะเบือดีๆคนนึงเลย ถ้าดูกันแต่ตัวเลขอย่างเดียว ไม่พิจารณาประโยชน์ด้านอื่นๆในสนาม มันจึงเป็นคำถามที่เกิดขึ้นมาว่า สาเหตุเพราะอะไร ทำไมสถิติของการเล่นมันแตกต่างกันขนาดนี้ ระหว่าง EPL กับ UCL ทั้งๆที่ก็เป็นกองหน้าคนเดียวกัน?

ส่วนหนึ่งผู้เขียนวิเคราะห์ว่า สไตล์การเล่นของสองรายการต่างกัน รูปแบบและวิธีการของคู่แข่งที่เราเจอน่าจะมีส่วนอย่างมาก

ยกตัวอย่างเช่น ในการเล่นฟุตบอลยุโรปที่ไม่ได้ใช้เกม physical หนักๆ เป็นเรื่องของแทคติกและระบบ อาจจะทำให้ฮอยลุนด์มีพื้นที่และมีโอกาสในการทำประตูมากกว่าเกมหนักที่เล่นด้วยพละกำลังและร่างกายสูงมากๆเหมือนในพรีเมียร์ลีก โอกาสที่จะได้ยิงก็แตกต่างกันไปด้วย จุดนี้อาจจะเป็นข้อสังเกตก็ได้ว่าทำไมฮอยลุนด์ถึงยังยิงในลีกไม่ได้

เพราะฉะนั้นเราก็เอาใจช่วยน้องมันต่อไป ฮอยลุนด์ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น แค่รอปลดล็อคยิงได้บ้าง เดี๋ยวมันก็ไหลเอง แค่ให้ทีมสตาฟฟ์โค้ชช่วยกันวิเคราะห์แก้ปัญหาตรงนี้เพื่อให้น้องสามารถปรับตัว และเริ่มรู้หนทางเอาชนะคู่แข่งในลีกนั่นเอง

และอีกสถิติหนึ่งที่เห็นชัดเจนว่า เรายังป้อนบอลให้ฮอยลุนด์ได้ไม่พอในพรีเมียร์ลีก คือการเปรียบเทียบเขากับกองหน้าอื่นๆ จากสถิติ Touches in box กับ Received Passes ต่อเกม ในกราฟข้างล่างนี้จะชัดเจนเลยว่า ทีมยังป้อนบอลไปถึงฮอยลุนด์ได้ไม่เพียงพอจะทำให้เขายิงประตูได้

ในภาพนี้จะเห็นชัด ถ้าเทียบกับกองหน้าคนอื่นๆในลีกเช่นนูนเญซ จะเห็นความแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเลย โอกาสของฮอยลุนด์อยู่ในกลุ่มล่างๆเลยที่ได้สัมผัสบอลในกรอบน้อยมาก ได้รับบอลจ่ายน้อยเช่นกัน

ในเคสของฮอยลุนด์ เราจึงต้องพยายามสร้างการเล่นของทีมในภาพรวมให้ป้อนบอลไปให้ถึงเขามากกว่านี้ ไม่ใช่ปัญหาแค่ว่า "ปีกไม่จ่ายบอล" อย่างเดียว มันเป็นปัญหาในการเล่นภาพรวมของทีมด้วย ในเรื่องวิธีการและรูปแบบการเล่น ถ้ายูไนเต็ดมีการเล่นภาพรวมที่ดีกว่านี้ และส่งบอลไปถึงกองหน้าตัวเป้าของฮอยลุนด์ได้มากกว่าเดิม

เราเชื่อว่าเขาจะเป็นกองหน้าที่พัฒนา และแบกการทำประตูให้ทีมได้ในอนาคต ระหว่างนี้ก็พัฒนากันต่อไปครับ

1.2 "แรชฟอร์ด"

เมื่อเทียบกับฮอยลุนด์แล้ว แรชชี่ต่างหากที่น่าเป็นห่วงมากในเรื่องฟอร์มการเล่น ความมั่นใจ การตัดสินใจ ฯลฯ

ช็อตการเล่นดีๆมันก็มี แต่ดีไม่ตลอด ยังขาดความสม่ำเสมอในการเล่นอยู่พอสมควร บางช็อตจะดีก็ดีใจหาย บางช็อตแย่ก็อิหยังวะไปเลย

และคนมักไม่ค่อยจำจุดที่ดีๆกันด้วย จำแต่จังหวะพลาด เช่นอยู่ดีๆก็ลากผ่านไปมั่วๆสุดท้ายก็เสียบอล แต่ระดับแรชฟอร์ดควรทำได้ดีกว่านี้ อายุก็เลยวัยนักเตะอายุน้อยมาหลายปีแล้ว ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่า สองสิ่งที่สำคัญจะถูกแก้ไขตอนไหน นั่นก็คือ mindset ในการเล่น และเรื่องของ confidence แรชฟอร์ดขาดแค่เรื่องนี้ล้วนๆจริงๆ

ส่วนเรื่อง performance ก็ตามข้างล่างนี้เลย Factไม่เคยหลอกใคร ไม่ต้องคิดไปเอง


โอกาสยิงของแรชเยอะกว่าฮอยลุนด์สามเท่าตัว แต่เปลี่ยนเป็นสกอร์ได้แค่ประตูเดียว (Shots total 36, Goal 1) นี่ก็น่าเป็นห่วงเหลือเกิน และเป็นภาพของปัญหาที่มีอยู่ว่า แนวรุกฟร้อนท์ทรีของทีมเรามีปัญหาเรื่องจังหวะจบสกอร์จริงๆ (รวมถึงภาคการปั้นเกมรุกโดยตัวแรชฟอร์ดเองด้วย)

ยิ่งเปรียบเทียบกับฤดูกาลอื่น ซีซั่น 2023/24 ถือว่าเป็นปีที่น่าใจหายสำหรับมาร์คัส แรชฟอร์ดมาก ดูจากกราฟข้างล่างนี้ที่แสดงถึงจำนวนประตูเฉลี่ยต่อเกมในลีกของแรชฟอร์ด ดรอปลงมาเหลือแค่ 0.1 เท่านั้น ต่ำที่สุดตั้งแต่เขาเดบิวต์มาเลยด้วยซ้ำ อันนี้น่าเป็นห่วงน้องจริงๆ ภาพข้างล่างนี่ชัดมาก

ปัญหาหลักๆจึงอยู่ที่ตัวของมาร์คัส แรชฟอร์ดเองล้วนๆ ที่เจ้าตัวทำผลงานได้ไม่ดี จังหวะโล่งๆจั๋งๆก็ยังพลาด อย่างที่เราเห็นกันในเกมเจอลูตัน ทั้งๆที่ฤดูกาลก่อนดูเหมือนว่าเพิ่งจะเข้าสู่ร่างไพรม์ของตัวเองซะด้วยซ้ำ แต่ดรอปลงมาอย่างมากในปีนี้

เมื่อเปรียบเทียบสามฤดูกาลหลังของแรชชี่ในด้านการเล่น จะเห็นว่าในด้านอื่นๆนอกเหนือจากการยิง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ้างพอสมควร เช่นเรื่องของ Key Passes และ Offensive Actions (ดูในกราฟสีเขียว) เอาจริงๆแรชชี่เล่นเกมรุกในด้านของการจ่าย อยู่ใน percentiles ที่สูงขึ้น จะเห็นเลยว่าสีเขียวเด่นออกมาจากสองค่านั้น แต่บางอย่างก็ลดลงกว่าเดิม โดยเฉพาะประตูของเขาที่ไม่ใช่จุดโทษ (Non-penalty Goals) ค่าเปอร์เซ็นไทล์ต่ำกว่าสองซีซั่นที่แล้วซะอีก


หลายๆคนบอกว่าแรชฟอร์ดมาได้มากสุดแค่นี้แหละ แต่ส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่า แรชชี่ยังไปได้สูงกว่านี้ "ถ้า" ปรับแนวคิดในการเล่นได้ และแก้ไขเรื่องในทาง mentality ได้สำเร็จในสองอย่าง ก็คือ "ความมั่นใจ" ที่จะต้องมั่นใจกว่านี้ หลายๆจังหวะรู้เลยว่าเขาไม่มั่นใจ เห็นชัดมากจากภาษากายในสนาม

และอย่างที่สอง ที่เคยเขียนบทความเอาไว้แล้ว นั่นก็คือการปรับแก้ชุดความคิด แก้ Mindset ในการเล่นมากกว่านี้ อย่าฝืนดึงดัน เล่นไปตามจังหวะธรรมชาติ ไม่ต้องคิดเยอะ ถ้าปรับแก้สองเรื่องนี้ได้ แรชฟอร์ดยังมีศักยภาพที่จะไปเป็นกองหน้าตัวรุกที่ไปได้ไกลกว่านี้อีกในฐานะ Inside Forward สายจบสกอร์

มีจุดหนึ่งที่น่าสังเกตในเรื่องนี้ จากสถิติในเกมยุโรปของแรชฟอร์ดว่า โอกาสสับไกแรชฟอร์ดมีแค่สามครั้งเท่านั้น

สิ่งนี้ค่อนข้างผิดปกติ จากการลงสนามอยู่ตลอด แต่ในฐานะแนวรุกเขาได้โอกาสยิงแค่สามครั้งเท่านั้น น้อยมาก บางเกมแรชชี่ถูกใช้งานเป็นตัวรุกทางขวา โอกาสยิงก็น้อยลงไปอีก กลายเป็นสายปั้นแทน(ซึ่งก็ได้มาสองแอสซิสต์จริงๆ มีจ่ายให้ฮอยลุนด์ยิงด้วย)

แต่ยังไงก็ตามโอกาสยิงมันน้อยมากเกินไป ทั้งๆที่ในลีกแรชได้โอกาสสับไกถึง 36 ครั้ง ในบอลยุโรปมีโอกาสแค่สามช็อต อันนี้ก็ค่อนข้างแปลกอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นเรื่องของ การทำเกมรุกโดย "ทีม" ในภาพรวม ก็ยังจำเป็นต้องดีกว่านี้ด้วย เพื่อให้ทั้ง ฮอยลุนด์ และ แรชฟอร์ด ซึ่งเป็นสองผู้เล่นสาย Striker ของทีม ได้มีโอกาสมากขึ้นกว่านี้

2. การจบสกอร์รวมของแนวรุกแมนยู "มีปัญหาทั้งแผง"

เกมรุกในภาพรวมของทีมต้องยกระดับขึ้น ถ้าทีมเล่นได้ดี โอกาสที่นักเตะเหล่านี้จะยิงได้ก็มีสูงขึ้น ทั้งปริมาณ ทั้งความใกล้เคียงของโอกาส แล้วถ้าสองคนนี้ปลดล็อคกันได้ทั้งคู่ ฮอยลุนด์ยิงในลีกได้ แรชฟอร์ดเริ่มกลับมาทำประตูได้ เกมรุกของทีมจะกลับมาน่ากลัวอีกครั้งแน่นอน

ดังนั้น การทำเกมรุกของทีมจึงต้องทำให้ดีขึ้นกว่านี้ในปีนี้ และ แรชฟอร์ด ฮอยลุนด์ รวมถึงตัวรุกอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึงอย่าง การ์นาโช่ อันโทนี่ นักเตะพวกนี้จะต้องยกระดับตัวเองขึ้นมาให้ดี และ "ชัวร์" กว่านี้ด้วย ดังเช่นสถิติของการ์นาโช่ในลีก โอกาสยิง 15 ครั้งก็ยังเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้เลยเช่นกัน ไม่ต่างจากฮอยลุนด์(14ครั้ง)

ปัญหามันจึงไม่ได้อยู่แค่นักเตะคนใดคนหนึ่ง มันเกิดปัญหาขึ้นกับนักเตะหลายๆคนพร้อมกันในแนวรุก ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่ต้องยกข้อมูลของ Antony ขึ้นมา โอกาสยิง 16 ครั้ง = 0 ประตูเหมือนกัน เป็นกันหมดสี่คนเลย ฟร้อนท์ทรีแมนยู

คิดเลขเล่นๆ โอกาสยิงรวมของสี่ตัวรุก แรชฟอร์ด + ฮอยลุนด์ + อันโทนี่ + การ์นาโช่ ในพรีเมียร์ลีกคือ 36+14+15+16 = "81 ครั้ง" ทำประตูได้ทั้งหมดเพียงแค่ "1 ลูก" จากแรชฟอร์ดเท่านั้นเอง

เอามาคิดรวมแล้วสยองกว่าเดิมอีก

เพราะฉะนั้นแล้ว สรุปปัญหาในภาพรวมของเรื่องนี้ มีจุดสำคัญจริงๆที่ทีมจะต้องแก้ไขเรื่องนี้กันให้ได้ เพราะนักเตะตัวฟร้อนท์ของเราทุกตัว เจอปัญหาเรื่องนี้กันหมด คนที่ดูเหมือนว่าจะดีที่สุดในซีซั่นนี้ก็คือฮอยลุนด์นั่นแหละที่อย่างน้อยยังยิงใน UCL ได้อย่างเฉียบคม แต่คนอื่นๆมีปัญหามากจริงๆ ก็ได้แต่หวังว่าทุกคนจะปรับปรุงความเฉียบคมกันมากกว่านี้ แมนยูปีนี้ปัญหาเยอะจริงๆ ทั้งเรื่องตัวเจ็บบ้าง บางทีแนวรับก็ออกทะเล พลาดจากจังหวะส่วนตัวบ้าง นี่ก็เป็นเรื่องของแนวรุกอีก

ปัญหาหนึ่งหาย ก็มีปัญหาหนึ่งมาทดแทน

มันยากมากที่จะทำให้เรื่องนี้สามารถแก้ปัญหาได้โดยไว นักเตะบางคนที่เรื่องนี้เป็น "จุดอ่อน" อยู่แล้วอย่าง อันโทนี่ เราคงไปคาดหวังประตูจากเขาไม่ได้

ส่วนการ์นาโช่ จริงๆน้องเป็นปีกที่ลากเลื้อยและสร้างโอกาสให้ทีมมาแล้วมากมาย ปีนี้การ์นาโช่ทำเกมจากตำแหน่งปีกได้ดีขึ้นมาก แต่ก็ยังขาดเรื่องของประตูเท่านั้นเอง

พื้นฐานฝีเท้าดีอยู่แล้ว ที่เหลือคือการพัฒนาเท่านั้น ซึ่งมันต้องใช้เวลา และรอให้น้องแกร่งกว่านี้ เก๋ากว่านี้ มีประสบการณ์และพลังทำลายมากกว่าเดิม จริงๆแล้วถ้าแฟนบอลไม่ได้รีบอะไร ในเคสของการ์นาโช่เรารอได้ เพราะตอนโด้เป็นดาวรุ่งปีแรกๆก็ยังยิงประตูไม่ได้เหมือนกัน บางมิติแย่กว่าการ์นาโช่ซะอีก เพราะงั้นสำหรับเคสนี้ เราต้องรอกันต่อไป แค่หวังว่าน้องจะยิงได้บ้างเพื่อช่วยเหลือสภาวะเกมรุกฝืดของทีมหน่อย

ส่วนสองนักเตะที่มีพื้นฐานการจบสกอร์ดีอยู่แล้วอย่างฮอยลุนด์ กับ แรชฟอร์ด เป็นเรื่องของการปลดล็อคล้วนๆ รุ่นพี่อย่างแรชมันคือการปลดล็อคด้านสภาวะจิตใจอย่างเดียวเลยเน้นๆ เพราะเขามีประสบการณ์กับพรีเมียร์ลีกมาเยอะแล้ว ส่วนฮอยลุนด์ มันคือการปรับตัวส่วนหนึ่ง และเป็นเรื่องของจังหวะและโอกาสในเกมด้วยที่ต้องรอกันต่อไป

สามคนหลังยังอยู่ในข่ายที่ลุ้นและคาดหวังเรื่องการยิงประตูได้ เพราะฉะนั้นก็ได้แต่ภาวนาว่า หลังจากนี้จะยกระดับ และเรียกฟอร์มมาได้ หากว่าแนวรุกของเราเหล่านี้ทำผลงานกันได้ดีขึ้น มันก็จะทำให้ "ผลงานทีม" ดีขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

บทความนี้แค่เป็นการชี้ให้เห็นถึงระดับความเข้มข้นของปัญหาเท่านั้น ที่เหลือก็ได้แต่หวังและเอาใจช่วยทีมให้แก้ไขเรื่องนี้กันให้ได้ เพื่อให้ทีมเราเก็บผลการแข่งขันได้ดีกว่าเดิมในฤดูกาลปัจจุบันครับ

เชียร์กันต่อ ฤดูกาลยังอีกยาวไกล การสร้างทีมยังต้องทำต่อเนื่องไปในระยะยาวครับ

#BELIEVE

-ศาลาผี-

References

https://fbref.com/en/players/491a433d/dom_lg/Rasmus-Hojlund-Domestic-League-Stats

https://fbref.com/en/players/a1d5bd30/intl_cup/Marcus-Rashford-International-Cup-Stats

https://footystats.org/players/england/marcus-rashford

https://twitter.com/DataMB_/status/1725928544675496445

https://twitter.com/DataMB_/status/1726182345785717224/photo/1


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด