:::     :::

"โค้ชเตี้ย" กับภารกิจพา "ต่อพิฆาต" หนีตาย

วันเสาร์ที่ 03 กุมภาพันธ์ 2567 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
601
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
จบเส้นทางในศึกเอเชียนคัพ 2023 ที่โยกมาเตะปี 2024 เรียบร้อยแล้วสำหรับพลพรรค "ช้างศึก" ทีมชาติไทย หลังจอดป้ายแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อต้านความแกร่งของ อุซเบกิสถาน ทีมอันดับ 68 ของโลกไม่ไหว ก่อนจะแพ้ไปฉิวเฉียด 2-1

แต่อย่างน้อยแฟนฟุตบอลไทยก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ เพราะหากจะมองถึงการเตรียมทีมที่ติดขัดก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนท์และ มาซาทาดะ อิชิอิ ได้เริ่มงานคุมทีมเพียงแค่เดือนเดียว ถือว่าเรามาได้ไกลมากๆ 

แถมขุนพลนักเตะทีมชาติไทยยังสร้างสถิติดีๆ ไว้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นการคว้าชัยชนะในนัดเปิดสนามครั้งแรก ไม่เสียประตูในนัดเปิดสนามครั้งแรก ไม่เสียประตูในรอบแบ่งกลุ่มครั้งแรก จนทำให้อันดับในฟีฟ่าแรงกิ้งของ ไทย ขยับจากอันดับ 113 ของโลก มาอยู่ที่อันดับ 101 ของโลก พร้อมทวงตำแหน่งเจ้าอาเซียนกลับมาจาก เวียดนาม ได้สำเร็จ 


เมื่อเห็นความตั้งใจและฝีมือของ อิชิอิ แล้ว ทำให้แฟนบอลหลายคนมีความหวังขึ้นมา แต่อนาคตของกุนซือเลือดซามูไรจะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องรอหลังการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ 

เชื่อว่าประมุขฟุตบอลไทยคนใหม่คงมีแผนการทำงาน เพื่อพาทีมชาติไทย รวมถึงฟุตบอลไทยลีกทุกระดับ ก้าวไปข้างหน้าอยู่แล้ว 

จากนี้แฟนบอลฟุตบอลไทยคงต้องปรับโหมดกลับมาโฟกัสกับฟุตบอลรีโว่ไทยลีกกันต่อในช่วงเลก 2 ที่จะกลับมาหวดแข้งวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ 

ซึ่งในช่วงตลาดเปิดตลาดซื้อขายนักเตะเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ละสโมสรมีการทุ่มเงินเสริมทัพคว้าผู้เล่นฝีเท้าดีมาร่วมทีมหลายคน เพื่อหวังยกระดับทีมในการลุ้นแชมป์ 

ไม่ว่าจะเป็น ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จ่าฝูงที่คว้า วีระเทพ ป้อมพันธุ์ จาก เมืองทอง ยูไนเต็ด มาเติมแดนกลาง ซึ่งว่ากันว่าราคาของห้องเครื่องสายคลาสสิกรายนี้สูงถึง 25 ล้านบาทเลยทีเดียว

ด้าน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงจัดเต็มเสริมทัพด้วยผู้เล่นต่างชาติและแข้งอายุน้อยมาสู่ทีม หรือจะเป็น บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่กระชาก กฤษดา กาแมน จาก ชลบุรี เอฟซี มาเติมแกร่ง 

นอกจากการซื้อนักเตะแล้วบางสโมสรถือโอกาสนี้ปรับเปลี่ยนเฮดโค้ช นั่นก็คือ “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี ทีมบ๊วยของตารางคะแนน ที่เพิ่งแต่งตั้ง “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ เข้ามาทำหน้าที่แทน “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน ที่คุมทีมขัดตาทัพมาตั้งแต่ช่วงท้ายเลกแรก ซึ่ง “โค้ชโอ่ง” จะกลับไปนั่งเก้าอี้ประธานเทคนิคเหมือนเดิม


ไม่น่าเชื่อว่าทีมที่ลงทุนเยอะ มีนักเตะระดับแนวหน้าดีกรีทีมชาติไทย นักเตะต่างชาติฝีเท้าดี ทั้ง แอร์ตอน ติราบาสซี, ซามูเอล โรซ่า และ แดร์เลย์​ อยู่ในทีม แต่ต้องมาดิ้นรนหนีการตกชั้นจมบ๊วยของตาราง

ในเลกแรกทีม “ต่อพิฆาต” เก็บชัยชนะแค่ 2 นัด เสมอ 4 นัด และ แพ้ ไป 9 นัด ยิงได้แค่ 16 ประตู เสียไป 25 ประตู เคยทำสถิติไม่ชนะติดต่อกัน 11 นัด

อย่างไรก็ตามในเลก 2 ทีม “ต่อพิฆาต” เรียกว่าจัดหนักจัดเต็ม เมื่อเสริมทัพด้วยผู้เล่นระดับเทพไม่ว่าจะเป็น วู กึน ยอง,ฉัตรชัย บุตรพรม, ฉัตรมงคล ทองคีรี,ยานโต บาสนา,กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ และชาติชาย แสงดาว เพื่อหวังยกระดับทีมให้สูงขึ้น 


การมาของ “โค้ชเตี้ย” สิ่งแรกที่เขาประกาศลั่นคือการเปลี่ยนแนวคิด สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เล่นให้มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะหากใจไม่ถึงก็ยากที่จะบรรลุเป้าหมาย 

จากนี้มาดูกันว่า “โค้ชเตี้ย” จะปรุงวัตถุดิบที่มีให้อร่อยกลมกล่อม และพาหนีรอดตกชั้นได้หรือไม่ แต่เมื่อดูจากคะแนนที่ตามหลังโซนปลอดภัยอยู่ 6 แต้มแล้ว ถือว่ามีโอกาสไม่น้อยที่จะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ 


แต่นั่นแหละครับ ขึ้นชื่อว่า ไทยลีก ไม่มีอะไรที่ง่ายอยู่แล้ว และนี่คือหนึ่งในงานท้าทายที่จะวัดฝีมือชายที่ชื่อ สะสม พบประเสริฐ อีกครั้ง

รอดไม่รอด เดี๋ยวรู้กัน แต่ที่แน่ๆ การกลับมาของชายคนนี้จะสร้างสีสันให้ฟุตบอลไทยมีรสชาติขึ้นแน่นอน


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด