:::     :::

วันเดอร์คิดคนใหม่ "ปราสาทสายฟ้า"

วันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
1,199
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เป็นที่ทราบกันดีว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือหนึ่งในทีมที่นิยมการปั้นนักเตะจากอคาเดมี แล้วดันขึ้นมาเติมเต็มกับบรรดาผู้เล่นต่างชาติ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในการกวาดทุกแชมป์ที่มี ตลอดทศวรรษกว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรแห่งนี้

เจเนอเรชั่นแรกที่พวกเขาทำ ก็คือ กลุ่มบรรดานักเตะจากสวนกุหลาบ ซึ่งเวลานี้ก็เหลือเพียงแค่ ชิติพัทธ์ แทนกลาง เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังอยู่กับทีม แต่ยุคถัดมาคือรุ่นที่ “ปราสาทสายฟ้า” ประสบความสำเร็จอย่างมากทีเดียว โดยเฉพาะกับ “พี่น้องธนาคาร” ที่กลายเป็นตำนานของทีมไปแล้ว

เริ่มที่ สุภโชค สารชาติ ซึ่งลงสนามให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2015 หลังก่อนหน้านี้ถูกปล่อยตัวให้กับ สุรินทร์ ซิตี้ ยืมตัวไปใช้งาน และยิงประตูแรกในปี 2016 เกมที่บุกไปเสมอ ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ 2-2


ในปีดังกล่าว "เช็ค" ผงาดคว้ารางวัล “นักฟุตบอลเยาวชนยอดเยี่ยมแห่งปี” จากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในงาน เอฟเอ ไทยแลนด์ อวอร์ด พร้อมกับติดทีมชาติไทย ชุดเยาวชน ไปจนถึงชุดใหญ่ จากนั้นในเลกสองของฤดูกาล 2022 เดินทางไปค้าแข้งต่างแดนในเจ ลีก กับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร 

โดยมีโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องในเจลีกซีซั่นที่ผ่านมา ยิงได้ 7 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ ช่วยทีมจบอันดับ 10 ของตาราง ก่อนที่จะถูก คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ซื้อขาดจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญาถาวร เซ็นยาว 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไป ซึ่งในช่วงที่เขากำลังขึ้นมานั้น ก็มีน้องชายอย่าง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่ทะยานมาเล่นทีมชุดใหญ่ เหมือนกัน


"เจ้าแบงค์"ได้รับโอกาสลงสนามเป็นครั้งแรกในศึก ไทยลีก 1 ด้วยวัยเพียงแค่ 15 ปี 8 เดือน 23 วัน ก่อนลุย เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก พร้อมกับทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่สามารถทำประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ได้ด้วยวัยเพียงแค่ 16 ปี 8 เดือน พร้อมกับติดทีมชาติไทย ชุดเยาวชนไล่ตามสเต็ปมาตลอด กระทั่งศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 47 

เขาถูกส่งลงสนามแทนที่ ศุภชัย ใจเด็ด ในช่วง 5 นาทีสุดท้าย ทำให้ ทุบสถิติดังกล่าว ทันที ด้วยวัยเพียง 16 ปี 10 เดือน 3 วัน และกลายเป็นตัวหลักของทีมตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา จนซีซั่นนี้ย้ายไปโอเอช ลูเวิน ในเบลเยียม ทำให้มีผลงานกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงเล่น ทั้งหมด 143 นัด ยิงไป 32 ประตู 

พร้อมกับคว้าแชมป์ไปอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ไทยลีก 3 สมัย, แชมป์ไทยเอฟเอคัพ 1 สมัย, แชมป์ไทยลีกคัพ 2 สมัย และ ไทยแลนด์แชมเปียนส์คัพ 1 สมัย อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 60 นักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามากที่สุดจากทั่วโลกในปี 2019 Next Generation 2019 จากการคัดเลือกจากสื่อดังของอังกฤษอย่าง The Guardian


นั่นคือ 2 นักเตะที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปั้นมากับมือ และน้องชายคนสุดท้องอย่าง “ดอลลาห์” โชติกะ เหมือนตาปราการหลังวัย 17 ปี ก็มีแววจะขึ้นมาชุดใหญ่ในอนาคต ก็ต้องมาติดตามดูว่าเขาจะทำได้เหมือนพี่ๆหรือไม่ 

หลังเกมที่ “ปราสาทสายฟ้า” บุกไปเอาชนะ ลำพูน วอริเออร์ 1-2 เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ชื่อของ “เจ้าเหนือ”ธนกฤต โชติเมืองปัก กระจายไปอย่างมากในโลกโซเชียล กับเสียงที่ชื่นชมในความสามารถ และเป็นผู้ลงมาพลิกเกม กับการมีส่วนยิง 2 ประตู แซงคว้าชัยไปได้


ในวันนั้นเขาลงมาใน น.62 และอยู่ในสนามเพียงแค่ 28 นาที ก็สามารถทำสถิติที่น่าตื่นตะลึงได้ (ข้อมูลจาก บริษัท ไทยลีก จำกัด)

100% จ่ายบอลเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายสำเร็จ

22 สัมผัสบอล

11/11 จ่ายบอลสำเร็จ (100%)

3/4 ดวลคู่แข่งชนะ

2/3 เลี้ยงหลบคู่แข่งสำเร็จ

2 ตัดบอล

2 ครอสส์

2 สร้างโอกาส

1 แอสซิสต์

นี่คือความหวังของ "ปราสาทสายฟ้า" หลังจากดันหนุ่มน้อยที่ลืมตาใน จ.นครราชสีมา ซ้อมกับชุดใหญ่ก่อนหน้านี้ แต่จริงๆเขาเองมีโอกาสไปอัพเลเวลกับ เลสเตอร์ ซิตี้ มาแล้ว ในช่วงที่ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ไปรอบล่าสุด แล้วเซ็นสัญญากับ โอเอช ลูเวิน ของลีกเบลเยียม 


ตอนนั้นเขาเดินทางไปกับรุ่นพี่จากทีมอคาเดมีอีก 3 คน คือ ธวัชชัย อินทร์ประโคน, เสกสรรค์ ราตรี และ พงศกร หาญรัตนะ ทว่าเป็นเขาที่ผลงานเข้าตาที่สุด เลยต้องอยู่ผจญภัยคนเดียวเน้นๆอีก 2 เดือน เรียกว่าเก็บวิชาจากทีมเยาวชน "จิ้งจอกสยาม" มาอย่างข้นคลั่กมากมายทีเดียว

เมื่อกลับมาถึงเขาก็ถูกดันไปเล่นชุดใหญ่ เริ่มต้นจากการเป็นสำรองในไทยลีก ขยับไปเป็นตัวจริงฟุตบอลถ้วย และมีโอกาสลงสนามใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2023/24 รอบแบ่งกลุ่ม ไปแล้ว เรียกว่าคลายพิษสงออกมาได้แบบหมดจดจริงๆ


จุดเด่นของ “เจ้าเหนือ” นั่นคือ “เซนส์บอล” ที่ตามรุ่นพี่ทัน รู้ว่าตอนไม่มีบอลอยู่กับตัวเอง จะต้องไปอยู่ตรงไหน หรือการแทงบอลสั้นยาวอย่างมั่นใจ และยังเปิดบอลได้เปรียบอีกด้วย ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจคนใหม่ในถิ่น “ปราสาทสายฟ้า” ไปแล้ว

ต้องจับตาดูว่าฝีเท้าของเขาจะพัฒนาไปได้ไกลมากขนาดไหน หรือว่าทีมชาติไทย ยู 23 จะเรียกเขาไปเล่นรายการชิงแชมป์เอเชีย ในช่วงเดือน เม.ย.นี้ หรือไม่

แต่บอกได้เลยว่าตอนนี้เขาเป็นแข้งสายเลือดใหม่ ที่มาแรงที่สุดในยุคนี้อย่างแท้จริง!!


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด