:::     :::

"อูไน เอเมรี่" ผู้นำแห่งแอสตัน วิลล่า

วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
508
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หนึ่งทีมที่ฟอร์มดี ในศึกพรีเมียร์ลีก

ทุกคนย่อมมองไปที่ชื่อของ “แอสตัน วิลล่า”  ที่ก้าวมาอยู่หัวแถวของตาราง หากเจาะลึกลงไป พวกเขากลายเป็นทีมที่มีเกมรุกเฉียบคมมากที่สุด เป็นอันดับต้นๆของพรีเมียร์ลีก 


ถือเป็นการคัมแบ็คที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมานั้น บางช่วงเวลา พวกเขายังจมปลักอยู่ในโซนท้ายตารางอยู่เลย นอกจากนักเตะแล้ว คนสำคัญที่ต้องมอบเครดิตให้เป็นอย่างมาก นั่นคือชายนามว่า “อูไน เอเมรี่” ผู้จัดการทีมที่เข้ามาพลิกโฉมทีมไปอย่างสิ้นเชิง 


ภาพที่เราเห็นกัยได้อย่างชัดเจน นั่นคือเอเมรี่ กุมบังเหียนทัพ “สิงห์ผยอง” กลายเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้อย่างสนุก และสร้างความบันเทิงให้แฟนบอล พร้อมกับเป็นทีมที่สามารถสู้กับทุกทีมได้อย่างสนุก แม้ว่าทีมคู่แข่งเหล่านั้น เป็นทีมใหญ่ที่ขุมกำลังเหนือกว่าก็ตาม 


เบื้องหน้าที่แสนสวยงาม กลับมีเบื้องหลังที่ผ่านการทำงานอย่างหนักหน่วงอยู่ ช่วงนี้ .. เราลองไปไล่ดูเคล็ดลับของเอเมรี่ ในการพาทีมอย่างแอสตัน วิลล่า บินสูงในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก แถมยังคงไปได้ดี ในการแข่งขันฟุตบอลยุโรป 

เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แอสตัน วิลล่า ภายใต้การทำทีมของสตีเว่น เจอร์ราร์ด ทำผลงานไม่ดีเท่าไหร่ ตลอด 3 เดือนแรกของฤดูกาล แอสตัน วิลล่า เก็บชัยชนะได้เพียง 2 เกม พร้อมกับยิงได้แค่ 7 ประตู  ผลงานอันตกต่ำ ส่งผลเรื่องสภาพจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกับนักเตะของทีม 


ช่วงเวลานั้น จอห์น แม็คกินน์ กองกลางคนสำคัญ ถึงกับออกมายอมรับว่า เขารู้สึกอับอาย ในการเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดนี้ ผู้บริหารของแอสตัน วิลล่า ไม่มีทางเลือก พวกเขาตัดสินใจ ที่จะแยกทางกับทางเจอร์ราร์ด ... ตอนนั้น ทีมอยู่เหนือโซนตกชั้น เพียงแค่ลูกได้เสียเท่านั้น 


จากนั้น ทีมประกาศแต่งตั้ง อูไน เอเมรี่ เข้ามากุมบังเหียน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 โดยการเข้ามาของเอเมรี่ เปลี่ยนแปลงทัศนคติของนักเตะแอสตัน วิลล่า อย่างสิ้นเชิง สื่อชื่อดังออกมาระบุว่า ภายใต้การทำทีมของเจอร์ราร์ด   นักเตะบางคนของวิลล่า ขาดแรงจูงใจอย่างรุนแรง 


พวกเขามองว่า การฝึกซ้อมดำเนินไปแบบซังกะตาย ไม่มีอะไรท้าทาย และไม่มีอะไรแปลกใหม่ กระทั่งการมาของเอเมรี่ เขามาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงมากมาย  เริ่มต้นที่การเปิดคลิปวิเคราะห์การเล่น เพื่อให้นักเตะดูเป็นเวลาหลายชั่วโมง 


รวมถึง การสั่งให้นักเตะออกแรงทางกายภาพให้มากกว่าที่เคยเป็นมา ผ่านการซ้อมที่หนักหน่วง และเป็นมืออาชีพให้มากขึ้น


เอเมรี่ ซื้อใจลูกทีมได้อย่างรวดเร็ว หนึ่งเหตุผลสำคัญคือ การทำงานหนักของเขาเอง สื่อต่างประเทศหลายสำนัก ออกมารายงานตรงกันว่า เอเมรี่ ใช้เวลาอยู่ที่สนามซ้อมของแอสตัน วิลล่า เฉลี่ยคือ 12 และมากสุด 16 ชั่วโมงต่อวัน !!!


นั่นเท่ากับว่า เอเมรี่ มีเวลาส่วนตัว รวมถึงเวลานอนหลับพักผ่อน อย่างน้อยสุดแค่วันละ 8 ชั่วโมงเท่านั้น เราอาจจะกล่าวได้ว่า เขาอุทิศตนให้กับสโมสรฟุตบอล มากกว่าช่วงเวลาที่อยู่กับครอบครัว และคนที่รักเสียอีก


การเปิดคลิปวิดีโอ คือหลักการทำงานของเอเมรี่ ที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นบ้าคลั่งเลยทีเดียว เพื่อให้ลูกทีมเข้าใจปรัชญาการคุมทีม ด้านของ โอลลี่ วัตกิ้นส์ กองหน้าคนสำคัญของทีมกล่าวว่า เอเมรี่ ชอบเปิดคลิปให้เขาเป็นประจำ พร้อมกับพูดสั้นๆว่า “นี่คือสิ่งที่นายต้องทำ”


วัตกิ้นส์ เรียนรู้จากคลิปวิเคราะห์ของเอเมรี่ ว่า เขาควรวิ่งเข้ากรอบเขตโทษมากกว่าเดิม ผลที่ออกมาคือ วัตกิ้นส์ สามารถผลิตสกอร์ได้อย่างต่อเนื่อง วัตกินส์ ยังชมคลิปวิดีโอ 2 กองหน้าที่เอเมรี่ เคยร่วมงานด้วย ทั้งคาร์ลอส บัคก้า และเอดินสัน คาวานี่ เพื่ออธิบายทิศทางการวิ่งที่มีประสิทธิภาพ


วัตกินส์ เล่าเสริมว่า ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนอื่น เขาไม่เคยรู้เลยว่า จุดอ่อนของตัวเองคืออะไร กระทั่งการมาของเอเมรี่ ทำให้เขาได้รู้รายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่มองข้ามไป ทำให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง 

สลับมาที่ เอเมรี่ เขาเคยนั่งดูเทปการแข่งขันของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมกว่า17 ครั้ง เพื่อเค้นจุดแข็ง และจุดอ่อนของคู่แข่งออกมาให้มากที่สุดลองคิดภาพเล่นๆดูว่า คนหนึ่งคนมาดูคลิปการเล่นของคู่แข่ง 17 ครั้ง เพื่อลงเตะเพียงเกมเดียว คนนั้นเต็มไปด้วยแพสชั่นในการทำงานแค่ไหน


การศึกษาคู่แข่งอย่างบ้าคลั่ง ไม่สามารถการันตีชัยชนะได้แบบ 100 % แต่เอเมรี่ มองว่า ทำให้ทีมของเขาบีบช่องว่างเข้ามาได้ แน่นอนว่า การทำงานหนักเหล่านั้น เอเมรี่ สามารถชนะใจลูกทีมเป็นผลสำเร็จ ทุกอย่างถูกส่งต่อไปยังนักเตะ ที่พร้อมสู้ตาย และถวายหัวให้


นักเตะแอสตัน วิลล่า มองว่าเอเมรี่ มีรายละเอียดการคุมทีมที่ค่อนข้างมาก เหมือนที่เขาเคยคุมทีมอื่นมา

นี่คือโค้ชที่ฝึกสอนนักเตะอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ในทุกด้านของฟุตบอลและเป็นแบบนี้ทุกวัน โดยจอห์น แม็คกินน์ กล่าวว่า “ความปรารถนาที่จะเอาชนะ ทุกอย่างในตัวเอเมรี่ ถือว่ายอดเยี่ยมมาก” 


“เอเมรี่ หมกมุ่นอยู่กับชัยชนะ เขาหมกมุ่นอยู่กับความเป็นที่สุด ผมมองว่า ความคิดเหล่านั้น ถูกใส่เข้าไปในหัวของนักเตะ เอเมรี่ ทำงานหนักมาก เขาต้องการชัยชนะ เขาชนะตลอดอาชีพการงาน และไม่มีเหตุผลว่า ทำไมเขาถึงทำแบบนั้นที่นี่ไม่ได้”


“เขาเป็นผู้จัดการทีม ที่เต็มไปด้วยรายละเอียด และความคิดมากมายด้วย เขาทำให้ผู้คนมีสมาธิ โดยที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้” นอกจากนี้ เป็นที่รู้กันว่า เอเมรี่ มักจัดการประชุมทีม นานกว่าหนึ่งชั่วโมงและถ่ายทอดคำสั่งอย่างพิถีพิถัน 


เขามีนักวิเคราะห์เป็นจำนวนมาก ที่คอยค้นหาวิดีโอที่มีรายละเอียด เพื่อนำมาวางแผนเกม จากนั้น พวกเขาจึงถ่ายทอดไปยังลูกทีม เอเมรี่ พร้อมกับทีมงานนับสิบ มักนั่งดูคลิปวิเคราะห์คู่แข่งร่วมกัน พร้อมกับร่วมวิเคราะห์อย่างละเอียด 


ไม่ว่าเจอกับทีมเล็กอย่างฮิเบอร์เนี่ยน หรือทีมใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอเมรี่ ปฏิบัติกับทุกทีม ในเชิงหาข้อมูลเหมือนกันหมด การเตรียมความพร้อม และการค้นหาข้อมูล คือปัจจัยสำคัญของเอเมรี่ 

อีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญ ในการที่ เอเมรี่ ประสบความสำเร็จเบื้องต้น สำหรับการคุมทีมแอสตัน วิลล่า นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า “ความกล้าที่จะเสี่ยง” เอเมรี่ เป็นที่รู้จักของแฟนบอล ในฐานะโค้ชแบบอนุรักษ์นิยม แต่ความจริง เขาเป็นคนค่อนข้างชอบผจญภัย 


เขาพร้อมที่จะให้ทีมเล่นตามแบบปรัชญา ไม่สำคัญว่าเขาต้องเผชิญหน้ากับทีมที่เก่งกว่าก็ตาม โดยที่เขาต้องการให้ลูกทีมขึ้นบอลจากแดนหลัง เริ่มจากเอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ  ขณะเดียวกัน เขาก็ใช้แนวสูง และเพรสซิ่งสูง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม


โดยกล่าวว่า “คุณต้องเสี่ยงในโลกฟุตบอล ผมพยายามครองบอลให้มาก เมื่อเราได้บอลที่ผู้รักษาประตู หมายถึงเรากำลังเริ่มการเตรียมตัว ถ้านายทวารเอาแต่สาดบอลยาว บางทีเราก็ครองบอลได้ และบางที เราก็ครองบอลไม่ได้ ผมชอบที่จะลอง เพื่อรักษาบอลด้วยตัวเราเอง”


ในแง่ของแท็คติกการเล่น กล่าวโดยสรุปคือ เอเมรี่ เน้นทำทีมกล้าเสี่ยง โดยที่นักเตะแต่ละคน ถูกมอบหมายให้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด หากมีข้อผิดพลาดระหว่างเกม เอเมรี่ ก็จะเปิดคลิปวิดีโอให้ดูหลังจบเกม เพื่อเป็นการพัฒนากันต่อไป

PART : CULTURE


เอเมรี่ ต้องแยกทางกับอาร์เซน่อล ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ช่วงปี 2019 การถูกไล่ออกครั้งนั้น สร้างความเจ็บปวดให้เขาเป็นอย่างมาก  เอเมรี่ ออกมายอมรับว่า เขาให้ความสำคัญกับเรื่อง “ฟุตบอล” มากเกินไป ในสโมสรที่เต็มไปด้วยการเมืองภายในอย่างอาร์เซน่อล 


ที่อาร์เซนอล เอเมรี่ ถูกมองว่าเป็นคนครุ่นคิดมากเกินไป และไม่ยอมมองภาพรวมในวงกว้างการทำงาน และซ้อมหนักจนเกินไป บางครั้ง สร้างความหงุดหงิดใจให้กับนักเตะ “เดอะ กันเนอร์ส” อยู่บ้าง กระนั้น การเข้ามาคุมวิลล่า เหมือนกับปลุกไฟในตัวกลับมา เนื่องจากสามารถสร้างเครือข่ายที่เขาเลือกเองได้ 


เขาได้ทำงานร่วมกับทีมงานคนที่เขาไว้วางใจ อาทิ “มอนชี่” ที่เข้ามาเป็นประธานฝ่ายปฏิบัติการด้านฟุตบอล รวมถึง “ดาเมี่ยน วิดากานี่” เพื่อนสนิทที่คบกันมานานกว่า 15 ปี ที่เข้ามาช่วยในเรื่องนอกสนามต่างๆ เช่นการซื้อขายนักเตะเป็นต้น 


ตอนที่เอเมรี่ ถูกแต่งตั้งเป็นหัวหน้าโค้ชของแอสตัน วิลล่า เขานำทีมงาน 6 คน เพื่อเป็นทีมงานเบื้องหลัง ซึ่งทุกคนรู้จัก หรือเคยร่วมงานกับเขามาก่อน เอเมรี่, มอนชี่ และวิดากานี่ เกิดการทำงานในรูปแบบ 3 เหลี่ยมพีระมิด โดยเอเมรี่ เป็นคนตัดสินใจสูงสุด


ทุกคนลงความเห็นตรงกันว่า นักเตะที่แอสตัน วิลล่า จะซื้อเข้าสู่ทีมจากนี้ จำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่ตรงตามที่วางเอาไว้ นั่นคือ นักเตะต้องมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง สามารถรับมือกับความเข้มข้นของเอเมรี่ และโปรแกรมการแข่งขันที่บ้าคลั่งได้


ผู้เล่นอายุน้อยๆ  มองว่าการได้รับการฝึกสอนจากเอเมรี่ ถือเป็นสิทธิพิเศษ จากประสบการณ์ของเขา ในการทำงานร่วมกับผู้เล่นระดับโลก แน่นอนว่า ชื่อเสียงของโค้ชมีความสำคัญมาก และผู้เล่นก็ต้องการเป็นที่สังเกต และสร้างความประทับใจให้กับเขา 


แม้ว่าเอเมรี่ ชอบที่จะรักษาระยะห่างจากทีม แต่เขาก็ได้พูดคุยเชิงลึกกับกลุ่มนักเตะอายุน้อยหลายครั้ง

ระหว่างการทัวร์ปรีซีซั่น ที่สหรัฐอเมริกา ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เอเมรี่  พูดคุยกับผู้เล่นบางคนอย่างละเอียด 


เขาถามเกี่ยวกับความทะเยอทะยาน และปูมหลังของนักเตะ ไล่จนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในครอบครัว โดยที่การเปิดใจ และละลายพฤติกรรมเหล่านั้น ช่วยให้นักเตะมอบความเคารพให้กับเขาเป็นอย่างมาก 



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด