เอสปิโนซา ถล่ม เคไก ยก 11 ป้อง WBO 126 ปอนด์
ราฟาเอล "เอล ดิวิโน" เอสปิโนซา เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลก WBO รุ่นเฟเธอร์เวต (126 ปอนด์) ชาวเม็กซิกัน ยังคงเป็น "โจทย์ใหญ่" ที่ยากจะรับมือสำหรับนักชกรุ่นเฟเธอร์เวตทุกคน เมื่อเขาสามารถป้องกันเข็มขัดไว้ได้อีกครั้งอย่างเด็ดขาด ด้วยการเอาชนะน็อก อาร์โนลด์ เคไก ผู้ท้าชิงชาวยูเครน ในยกที่ 11
การชกคู่เอกในศึก ESPN Knockout/Top Rank Classics FAST channel ที่สนาม Arena Coliseo ซาน ลูอิส โปโตซี, เม็กซิโก จบลงอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับนักชกเจ้าถิ่น เมื่อทีมงานของ เคไก ตัดสินใจไม่ให้นักชกออกจากมุมหลังระฆังดังเริ่มยกที่ 11 จนกรรมการนับถึง 10 แล้วโบกมือยุติการชก ให้ เอสปิโนซา ชนะทีเคโอ ไปในยกที่ 11 และเป็นการพ่ายน็อกครั้งแรกในอาชีพของ เคไก (สถิติ 23-3-1, 14 KOs)
เอสปิโนซา ให้สัมภาษณ์หลังชัยชนะ “ผมมีความสุขมาก เพราะได้ผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้ ผมยังอยากแสดงฝีมือให้ผู้ชมได้สนุกด้วย จริง ๆ ผมสามารถรักษาระยะห่างได้ตลอดทั้งคืน แต่ผมอยากมอบการชกที่ดุดันให้ทุกคนได้ชมเหมือนเคย”
เอสปิโนซา (สถิติ 28-0, 24 KOs) ซึ่งมีความสูงถึง 6 ฟุต 1 นิ้ว (185 ซม.) ได้เปรียบทั้งส่วนสูงและช่วงชกอย่างชัดเจนเหนือ เคไก และยังแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างด้านฝีมืออย่างเหนือชั้น โดยใช้ "แย็บ" ยาว ๆ เป็นอาวุธหลักในการคุมเกมในช่วงต้น
แม้ว่า เคไก จะพยายามเดินเข้าหาและมีจังหวะออกหมัดขวาใหญ่เข้าเป้าในช่วงยกที่ 3 และ 4 จนเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมในสนามได้ แต่ เอสปิโนซา ก็ตอบโต้ด้วยการอัปเปอร์คัตเป็นชุด จนสามารถเปิดแผลที่จมูกและใต้ตาซ้ายของ เคไก ได้สำเร็จ
หลังจากนั้นรูปเกมก็เป็นของแชมป์โลกชาวเม็กซิกันอย่างสิ้นเชิง เอสปิโนซากลับมาใช้แย็บและตามด้วยอัปเปอร์คัตจากวงนอกอย่างต่อเนื่อง แม้โค้ชของ เคไก จะพยายามกระตุ้นให้มีการโยกศีรษะมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความคมของเอสปิโนซาได้
ในช่วง 45 วินาทีสุดท้ายของยกที่ 7 เสียงเชียร์ในเวทีก็ดังกระหึ่ม เมื่อเอสปิโนซาชุดอาวุธเต็มพิกัดส่งผลให้ เคไก ออกอาการเซถลาไปติดเชือก แต่ก็ยังกัดฟันยืนหยัดจนหมดยก ทว่าอาการบาดเจ็บของ เคไก ที่ดวงตาซ้ายบวมปูด และความอ่อนแรงที่เห็นได้ชัด ทำให้ มาร์วิน โซโมดิโอ หัวหน้าเทรนเนอร์ต้องสั่งให้ เคไก "แสดงบางอย่างออกมา" ในยกที่ 9 โดยบอกว่าเป็น "โอกาสสุดท้าย" ก่อนจะตัดสินใจยุติการชกในยกที่ 11
ชัยชนะครั้งนี้เป็นการป้องกันแชมป์ WBO ที่ประสบความสำเร็จเป็นครั้งที่ 4 ของ เอสปิโนซา และเป็นชัยชนะแบบไม่ครบยกติดต่อกันทุกครั้งนับตั้งแต่เขาคว้าแชมป์มา
เอสปิโนซากล่าวด้วยความภาคภูมิใจ"ผมรู้ว่าไม่มีใครเคยหยุดเขาได้มาก่อน และผมคือคนแรกที่ทำได้"
เมื่อจบปี 2025 อย่างยอดเยี่ยม เอสปิโนซา ตั้งเป้าหมายหลักในปี 2026 คือการรวมแชมป์ ในรุ่นเฟเธอร์เวต
“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงยังไม่ได้เจอกับแชมป์คนอื่น ๆ ในรุ่นเฟเธอร์เวต นั่นจะเป็นวาระเร่งด่วนในปี 2026 ตอนนี้ไม่มีใครรอนาโอยะ อิโนอุเอะอีกแล้ว ข้ออ้างนั้นหมดไปแล้ว เราต้องการแชมป์โลกหนึ่งเดียวในรุ่นนี้ พวกเขาไม่ต้องการชกกันเองอย่างชัดเจน ดังนั้นผมจะตามล่าพวกเขาเองทุกคน”
