อาโมริมเปรยถึงเวลาผีเปลี่ยนระบบ-ยกบรูโน่ผู้นำตัวจริง
รูเบน อาโมริม กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวว่า หากเปลี่ยนแผนการเล่นของผีแดง เนื่องจากแรงกดดันจากสื่อ มันคงเป็น "จุดจบ" ของตนเอง
อาโมริมเปลี่ยนจากระบบ 3 กองหลัที่มีวิงแบ็กเป็นครั้งแรกในเกมกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มาใช้ระบบ 4 กองหลังแบบดั้งเดิมที่มีกองกลางตัวรับ 2 คน
เฮดโค้ชฝอยทอง ยอมรับว่า มันกลายเป็นกองหลัง 6 คนในช่วงท้ายเกม ขณะที่ทีมของตนเองคว้าชัยชนะ และเป็นคลีนชีตครั้งที่ 2 ของฤดูกาล
แม้เคยกล่าวไว้อย่างชวนตะลึงว่า แม้แต่พระสันตะปาปาก็ไม่อาจบังคับให้เขาเปลี่ยนระบบได้ แต่อาโมริมกล่าวว่า ความสามารถในการเล่นด้วยแผนการเล่นที่แตกต่างกันนั้นเป็นแผนของตนเองมาโดยตลอด
ย่างไรก็ตาม อาโมริมบอกว่า จะเปลี่ยนระบบก็ต่อเมื่อ ทีมของตนเองทำผลงานได้ดีพอเท่านั้น มิเช่นนั้น มันจะดูเหมือนว่าเขายอมจำนนต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอก
"ตอนที่ผมมาที่นี่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ผมเข้าใจว่า บางที ผมอาจไม่มีผู้เล่นที่เหมาะสมที่จะเล่นได้ดีในระบบนั้น แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของกระบวนการ" อาโมริมกล่าว
"เราพยายามสร้างเอกลักษณ์ของทีม วันนี้เป็นช่วงเวลาที่แตกต่างออกไป เรามีผู้เล่นไม่มากนัก และเราจำเป็นต้องปรับตัว เพื่อให้พวกเขาเข้าใจว่าทำไมเราถึงเปลี่ยนระบบ"
"ไม่ใช่เพราะแรงกดดันจากพวกคุณ (สื่อ) หรือแฟนๆ "
"เมื่อพวกคุณ (สื่อ) พูดถึงการเปลี่ยนระบบอยู่ตลอดเวลา ผมเปลี่ยนไม่ได้ เพราะผู้เล่นจะเข้าใจว่าผมเปลี่ยนเพราะพวกคุณ และผมคิดว่านั่นคือจุดจบของผู้จัดการทีม"
"เมื่อเราเล่นได้ดีในระบบของเรา นั่นคือช่วงเวลาที่จะเปลี่ยนระบบ"
"เราจะกลายเป็นทีมที่ดีขึ้น เพราะเมื่อผู้เล่นทุกคนกลับมา เราจะไม่เล่นด้วยกองหลัง 3 คนตลอดเวลา"
ด้วยผลงานชนะเพียง 2 จาก 8 เกมก่อนชนะนิวคาสเซิ่ล เป็นที่ถกเถียงกันว่า อาโมริมพูดถูกหรือไม่ที่บอกว่า ทีมของตนเองเล่นได้ดี
อย่างไรก็ตาม เขากำลังทำงานกับทีมที่ขาดผู้เล่นไปหลายคน โดยมีผู้เล่นชุดใหญ่ถึง 7 คนที่พลาดเกมในบ้านกับวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่ยังไม่ชนะใครเลย
จำนวนนั้นจะเพิ่มขึ้น หาก เมสัน เมาท์ ไม่สามารถฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่ทำให้ต้องออกจากสนามในเกมกับนิวคาสเซิ่ลในช่วงพักครึ่งได้
กัปตันทีม บรูโน แฟร์นันด์ส เป็นหนึ่งในผู้ที่จะพลาดเกมกับวูล์ฟส์ แม้เขาจะขอร้องผู้จัดการทีมให้เขากลับมาลงสนาม หลังอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายในเกมที่แพ้แอสตัน วิลล่า เมื่อ 21 ธันวาคม
"บรูโน่บอกแล้วว่า เขาต้องการฝึกซ้อม" อาโมริมกล่าว
"แต่ไม่มีโอกาสที่เขาจะลงเล่นกับวูล์ฟส์ ไม่มีโอกาสเลย คุณเขียนแบบนั้นได้เลย"
อย่างไรก็ตาม นักเตะวัย 31 ปีน่าจะยังคงมีบทบาทสำคัญอยู่ เพราะในขณะที่ผู้เล่นส่วนใหญ่จะดูการแข่งขันจากห้องรับรองของผู้บริหารหรือห้องรับรองส่วนตัวเมื่อบาดเจ็บหรือถูกแบน แฟร์นันด์สกลับเฝ้าดูการวอร์มอัพก่อนเกมกับนิวคาสเซิ่ลจากทางเข้าอุโมงค์อย่างใกล้ชิด
อาโมริมคาดหวังว่า กัปตันทีมของตนเองจะยังคงให้คำแนะนำต่อไป
"เขาเป็นผู้นำ เขาจะเป็นคนที่เมื่อไม่ได้ลงเล่นแล้วไม่พูดอะไรไม่ได้เลยไม่ได้ เขาพูดอยู่เสมอ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาเป็นกัปตันทีม"
"บางครั้งเขาก็มีข้อเสียบ้าง เช่น วิธีการขยับแขนของเขา แต่เขาก็มีข้อดีมากมาย หลังฟื้นตัวหลังเกม หรือแม้กระทั่งหลังการรักษา เขาก็ไปดูเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ฝึกซ้อม มีหลายอย่างที่คุณมองไม่เห็น"
"ผมไม่รู้ว่าเขาอยากได้ตำแหน่งของผมหรือไม่ แต่เขาเป็นผู้นำ เขาเป็นผู้นำจริงๆ "
แม้ยังไม่ทราบวันที่แน่นอนสำหรับการกลับมาของแฟร์นันด์ส รวมถึง ค็อบบี้ เมนู, มัทไธส์ เดอ ลิกต์ และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเช่นกัน แต่ภายในสิ้นเดือนมกราคม นูสแซร์ มาซราวี, อาหมัด ดิยัลโล่ และ ไบรอัน เอ็มเบอโม จะกลับมาจากการแข่งขันแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์
TH SPORTเว็บไซต์ข่าวกีฬา อัพเดทข่าวฟุตบอลต่างประเทศทุกวันทุกเวลา
